นหนึ่งแล้ว ทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีช่างเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงจริงๆ
ตอนนี้คนทรยศของลัทธิหลัวผู้นั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากำลังสู้ตาย แม้ว่ารางวัลของหน่วยพิทักษ์ราตรีจะน่าดึงดูดใจ แต่การเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงก็ไม่คุ้มค่าคนทรยศของลัทธิหลัวผู้นั้นก็รู้ว่าตนเองทนได้ไม่นาน หลังจากสังหารทหารเกราะนิลไปหนึ่งคน เขากลับหันไปมองทางผู้ฝึกตนลัทธิหลัวโดยตรง มือซ้ายยกขึ้น พระสงฆ์รูปหนึ่งของลัทธิหลัวก็ถูกเขายกขึ้นมา วินาทีต่อมา มือขวาของเขาบีบ ศีรษะของอีกฝ่ายก็ถูกเขาบีบจนแหลกละเอียดตายไปหนึ่งคน กระบวนท่าของฝ่ายผู้ฝึกตนลัทธิหลัวก็ถูกทำลายทันที ปราณกล้าสองสีรอบตัวเขาระเบิดออกมา รีบหนีเข้าไปในความมืดของราตรี แต่ต่อมาแสงปราณกล้านั้นก็สลายไป เห็นได้ชัดว่าพลังของเขาก็หมดลงแล้วเมิ่งหานถังขมวดคิ้วแน่น ตะโกนเสียงต ่า “เหลือคนส่วนหนึ่งไว้รั้งพวกคนของลัทธิหลัวเหล่านี้ คนอื่นๆ แยกย้ายกันตามล่า การฝืนใช้วิชาลับฟื้นฟูระดับฝีมือ ตอนนี้เขาเป็นเพียงลูกธนูที่หมดแรงแล้ว”ผู้ฝึกตนของลัทธิหลัวเหล่านั้นเมื่อเห็นคนหนีไปแล้ว พวกเขาย่อมไม่ต่อสู้กับหน่วยพิทักษ์ราตรีต่อไป รีบใช้วิธีการต่างๆ หลบหนีไล่ตามไปผู้ฝึกตนของลัทธิหลัวแทบจะไม่มีนักรบสายตรง ส่วนใหญ่จะฝึกฝนวิชาลับนอกรีตบางอย่าง คล่องแคล่วว่องไวอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะนักพรตที่เคยต่อสู้กับกู้เฉิงก่อนหน้านี้ ใช้คาถาลวงตาแยกออกเป็นหลายร่าง หลบเลี่ยงทหารเกราะนิลหลายคนไ