ิงอยู่ไม่น้อยท่านใต้เท้าของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ในบรรดาผู้ตรวจการณ์ราตรีหลายคนของเมืองเหอหยางก็สามารถติดอันดับสามอันดับแรกได้แต่เมิ่งหานถังก็มีอารมณ์ร้ายอย่างยิ่ง ไม่เคยรับคนอ่อนแอ ขี้เกียจที่จะฝึกฝนคนใหม่แม้แต่เสี่ยวอี่ที่มีชะตากรรมน่าสงสารเช่นนี้ ยังต้องให้ท่านใต้เท้าชุยจื่อเจี๋ยเปิดปากขอให้เมิ่งหานถังพาไปด้วย และยังต้องฝึกฝนอยู่ที่
หน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัวนานถึงครึ่งปีก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการผลปรากฏว่ากู้เฉิงคนนอกคนหนึ่งกลับสามารถถูกส่งมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเมิ่งหานถังได้ เพียงหนึ่งเดือนก็เริ่มปฏิบัติภารกิจแล้ว พวกเขาก็เลยอยากรู้และอยากจะลองเชิงกู้เฉิงอยู่บ้างกู้เฉิงส่ายหน้า “ทุกท่านล้วนเป็นรุ่นพี่ของหน่วยพิทักษ์ราตรี มีประสบการณ์มากมาย พวกท่านยังหาเบาะแสไม่ได้ ข้าจะไปดูอะไรออก”คำพูดนี้ทำให้จ้าวซิงหมิงและหวังฉีรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งคนใหม่ที่รู้จักรุกถอยและถ่อมตน ย่อมดูน่ามองกว่าพวกที่เอาแต่พูดโอ้อวด ไม่รู้จักที่ต ่าที่สูงแต่ในตอนนี้กู้เฉิงก็หยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เพียงแต่ข้ามีความคิดเห็นอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด”จ้าวซิงหมิงกล่าว “ไม่เป็นไร พูดออกมาให้ทุกคนช่วยกันคิดดูในเมื่อท่านใต้เท้ามอบภารกิจนี้ให้พวกเราสี่คนแล้ว ก็รีบแก้ไขคดีให้ได้โดยเร็ว จะเป็นผลดีต่อทั้งเจ้าและข้า”ระบบของหน่วยพิทักษ์ราตรีคือ เมื่อปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ขอเพียงเป็นผู้ที่เข้าร่วมภาร