แคว้นตงหลินตั้งอยู่ใจกลางอาณาจักรต้าเฉียน ถือเป็นแคว้นใหญ่ เมืองเหอหยางเองก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นตงหลินมีพ่อค้าวาณิชเดินทางผ่านไปมานับไม่ถ้วน ดูครึกครื้นยิ่งนักหลังจากที่กู้เฉิงเดินทางมาถึงเมืองเหอหยาง เขาได้หาโรงเตี๊ยมอาบน ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินทางไปรายงานตัวที่หน่วยพิทักษ์ราตรีที่ทำการของหน่วยพิทักษ์ราตรีในเมืองเหอหยางนั้นโดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง ไม่ว่าอาคารของหน่วยพิทักษ์ราตรีในแต่ละที่จะมีรูปลักษณ์อย่างไร ล้วนทาด้วยสีดำสนิท หน้าประตูไม่ได้ตั้งรูปปั้นสิงโตหิน แต่เป็นรูปปั้นตี้ทิงสีดำเมื่อกู้เฉิงหาหน่วยพิทักษ์ราตรีพบและยื่นเอกสารแนะนำตัวแล้วก็มีคนนำเขาไปยังห้องรับรองทันทีผ่านไปครู่หนึ่ง ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปีก็เดินออกมาจากห้องโถง เขาสวมชุดเกราะนิลสีดำของหน่วยพิทักษ์ราตรี ใบหน้าแดงก ่า รูปร่างค่อนข้างท้วม มีพุงพลุ้ย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ราวกับคุณลุงวัยกลางใจดีตอนที่จากมา เถียเทียนอิงได้เล่าเรื่องหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางให้กู้เฉิงฟังแล้ว ดังนั้นกู้เฉิงจึงจำได้ในทันทีว่า นี่คือผู้
บัญชาการใหญ่แห่งหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง ‘ฝ่ามือสุริยันสีม่วง’ ชุยจื่อเจี๋ยแม้ว่าท่านผู้นี้จะดูใจดีไม่มีพิษมีภัย แต่ระดับฝีมือกลับแข็งแกร่งกว่าเถียเทียนอิงเสียอีก บรรลุถึงระดับหกวิถีนักรบขั้นโลหิตไหลเวียนแล้ว“ข้าน้อยคารวะท่านใต้เท้า”กู้เฉิงลุกขึ้นย