มีเขายาวบิดเป็นเกลียว
มันอ้าปากขนาดมหึมาจนกว้าง แล้วกลืนซูเฉินเข้าไปทั้งตัวในคำเดียว
จากนั้นก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับแม้แต่น้อย
สถานการณ์พลิกผันรวดเร็ว จนผู้ชมตั้งตัวไม่ทัน
[เฮ้ยยย! เฮ้ยยย! เฮ้ยยย!]
[สองคนนี้สุดยอดจริงๆ โคตรเดือดเลย!]
[สองคนนั้นกำลังผลักดันขีดจำกัดของตัวเอง! น่าตื่นเต้นมาก! ฉันชอบมาก!]
[ข้างในนั้นเกิดอะไรขึ้น? การต่อสู้จบหรือยัง? ใครชนะ? ฉันอยากไปฉี่แล้ว!]
ในสตูดิโอ
จ้านเทียนห่าวที่กลั้นหายใจมาตลอด ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
เขาเอนตัวพิงโซฟา เช็ดเหงื่อ แล้วหัวเราะ “ไม่ต้องดูแล้วล่ะ อู๋หยิงชนะแล้ว”
หลินปิงพูดเตือน “คุณจ้านคะ การต่อสู้ยังไม่จบค่ะ”
จ้านเทียนห่าวหัวเราะ “คุณอาจจะไม่รู้ ผมจะบอกข้อมูลให้สักเล็กน้อย”
“สกิลนั้นชื่อ ‘ผนึกวิญญาณพันธนาการชีวิต’”
“เป็นสกิลขั้นที่สาม ประเภทควบคุม มันสามารถดึงศัตรูและผู้ใช้เข้าไปในพื้นที่พิเศษที่ใช้สกิลไม่ได้”
เมื่อจ้านเทียนห่าวพูดจบ
จูหลิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นี่เป็นข้อมูลที่เธอไม่รู้มาก่อน
ส่วนเซี่ยเจิ้งอี้กำหมัดแน่น ลมหายใจหนักขึ้น
จ้านเทียนห่าวสังเกตเห็นสีหน้าของพวกเขาแล้วก็หัวเราะออกมา “เดาออกแล้วใช่มั้ย?”
“แม้ในพื้นที่พิเศษนั้นอู๋หยิงเองก็จะใช้สกิลไม่ได้ แต่เขาจะเข้าสู่สถานะ ‘นักล่าวิญญาณ’”
“ในสถานะนี้ ค