ประมาณบ่ายโมงกว่า เจียงตั่วกับเฉียวปินกลับมาจากเขตตลาดด้วยกัน
หมิงจูยื่นน้ำให้ทั้งสองคนพร้อมกับถามว่า “เป็นยังไงบ้างคะ จัดการเรียบร้อยดีไหม?”
เฉียวปินรู้ว่าหัวหน้าพูดน้อย เมื่อซดน้ำหมดกระบวยใหญ่ เขาก็รีบพูดขึ้นก่อนว่า “พี่สะใภ้ เมื่อกี้สนุกใหญ่เลย หมิงเทาคิดว่าหมิงต้าโหย่วจะช่วยเขาเจรจาเมื่อไปถึงสถานีตำรวจ แต่ที่ไหนได้ หมิงต้าโหย่วกลับชี้ตัวกล่าวโทษเขา!”
“เขาโมโหจัดจึงฟ้องหมิงต้าโหย่วกลับ บอกว่าหมิงต้าโหย่วก็มีส่วนร่วมด้วย สุดท้ายตำรวจก็โทรหาคนระดับสูง ทางการจึงส่งคนมารับหมิงต้าโหย่วไป ติเตียนเขาอย่างหนักเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ตอนขากลับ หมิงต้าโหย่วโมโหจัด ด่าหมิงฉางเหอมาตลอดทาง”
พอได้ยินแบบนั้น หมิงจูก็หัวเราะคิกคัก
เจียงตั่วเห็นเธอยิ้ม มุมปากเขาก็มีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมา หมากัดกันเอง นี่เป็นผลลัพธ์ที่เธอต้องการเลยไม่ใช่หรือ?
ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้มีฝีมือในการวางแผนจริงๆ
หมิงจูยกอาหารที่อุ่นไว้ในหม้อออกมาให้ทั้งสองคน แล้วบอกให้พวกเขายกโต๊ะไปกินข้าวตรงที่ร่มๆ ในลานบ้าน
ขณะที่กำลังกินข้าวอยู่นั้น ท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วก็ยิ่งมีเมฆหนาทึบ ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ
เฉียวปินรีบกินขนมปังแป้งข้าวโพดในมือจนหมด “ดูท่าฝนจะตกแล้วครับหัวหน้า พี่สะใภ้ เสื้อผ้าผมยังตากอยู่ข้างนอก ต้องกลับไปก่อนแล้ว”
พ