ถัดมา ก็ถึงคราวของฉินเฉินขึ้นเวที
หลินเทียนและจางอิงต่างส่งเสียงให้กำลังใจ
“คุณชายเฉิน พวกเรามาเข้าสู่การประลองยุทธ์ด้วยกันเถอะ”
ฉินเฉินยิ้มเล็กน้อย
“ฟู่”
เขาก้าวขึ้นเวทีอย่างแผ่วเบา ยืนมั่นคงร่วมกับคนทั้งยี่สิบ สีหน้าสงบนิ่ง
ถือคันธนูห้าสิบสือไว้ในมือ ฉินเฉินขึ้นลูกธนู ก่อนจะดึงสายธนูเบา ๆ เพียงชั่วพริบตา คันธนูก็โค้งเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
“ฮ่า ๆ แค่ง้างได้ครึ่งดวงจันทร์ ขยะก็คือขยะจริง ๆ”
“แรงแค่นั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านการทดสอบ”
“เฮอะ ๆ ก็พูดยากนะ บางทีเขาอาจตั้งใจทำแบบนี้ เพราะกลัวว่าจะไปเจอพวกเราในรอบถัดไป”
“มีเหตุผล ฮ่า ๆ คนขี้ขลาด”
ฉินเฟินและศิษย์รอบข้างต่างหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ
อีกมุมหนึ่ง หลี่ชิงเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
“เว่ยเจิ้น คนที่เจ้าบอกให้ข้าช่วยสั่งสอน ก็คือเขาจริงหรือ”
“พลังของฉินเฉินต้องมากกว่านี้แน่นอน” เว่ยเจิ้นจ้องฉินเฉินด้วยคิ้วขมวด สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
เขารู้ดีว่าพลังของฉินเฉินไม่ได้อ่อนแอเช่นนี้ ไม่มีทางที่เขาจะง้างธนูห้าสิบสือไม่ได้
แต่ตอนนี้…
หรือว่าเขากลัวฉินเฟินจริง ๆ ถึงกับไม่กล้าผ่านการทดสอบรอบแรก
ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย
“ปัง”
ฉินเฉินได้ปล่อยสายธนูแล้ว