งคนกล้าขัดข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เดี๋ยวพวกเจ้าจะได้รู้ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร”
ในเวลานั้น ศิษย์คนหนึ่งที่อยู่ข้างเขาแค่นเสียงเยาะ “ฉินเฟิน ไม่ต้องกังวล รอบถัดไปคือการประลองยุทธ์ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะโชคดีขนาดไม่ตกมาอยู่ในมือพวกเรา”
ศิษย์อีกคนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ปัญหาคือพวกเขาอาจไม่ผ่านการทดสอบรอบแรกด้วยซ้ำ”
“นั่นก็จริง แต่ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสอีกมากที่จะสั่งสอนพวกเขา”
“ฮ่า ๆ ๆ” ศิษย์คนอื่น ๆ ข้างฉินเฟินหัวเราะลั่น ดวงตาจับจ้องหลินเทียนและจางอิงด้วยเจตนาร้าย
บนแท่นสูง จ้าวเฟิงมีสีหน้าตื่นเต้น ดวงตาจับจ้องไปยังฉินเยว่ฉือ แล้วหัวเราะเยาะอยู่ในใจ “ฉินเยว่ฉือ ดูบุตรชายสุดที่รักของเจ้าสิ เขาเป็นเพียงขยะเท่านั้น”
เจ้าสำนักฉู่เว่ยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย หากฉินเฉินถูกขับออกจากสำนักเทียนซิงจริง ๆ เขาในฐานะเจ้าสำนักก็ย่อมเสียหน้าเช่นกัน
ฉินเยว่ฉือมองฉินเฉินอย่างอ่อนโยน แล้วมองคริสตัลสีขาวตรงหน้าเขาที่นิ่งสนิท มือที่กำแน่นค่อย ๆ คลายออก
แววตาอ่อนโยนปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง แต่ลึกลงไปกลับมีแววคมกริบวาบผ่าน นางพึมพำเบา ๆ “พั่วเทียน ลูกของพวกเรา หากเขาไม่มีพรสวรรค์ด้านยุทธ์จริง ๆ ก็ให้เขาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาเถิด