หลี่ชิงเฟิง จึงกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“โอ้” เหลียงอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจ แล้วกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “หลี่ชิงเฟิงมีพรสวรรค์สูงยิ่ง หลิงซานจะเอาชนะเขาได้คงไม่ง่าย แต่คนที่ข้าสนใจไม่ใช่เขา ข้าเพียงเห็นสหายน้อยผู้หนึ่ง”
อ๋องคังมีสีหน้าสงสัย “สหายน้อยหรือ” เขามองไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็นศิษย์คนใดโดดเด่นเป็นพิเศษ จึงอดถามไม่ได้ว่า “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์หมายถึงผู้ใด”
คนที่ทำให้เหลียงอวี่เรียกว่าสหายน้อย ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
“ปรมาจารย์หมายถึงฉินเฉินหรือ” จ้าวหลิงซานเอ่ยขึ้นทันที เมื่อนางเห็นฉินเฉิน หัวใจก็พลันสั่นไหว
เหลียงอวี่ยิ้ม สีหน้ากลายเป็นจริงจัง แล้วเตือนอย่างเคร่งขรึมว่า “หลิงซาน หากภายหลังเจ้าได้พบคนผู้นี้ ต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพ และกล่าวทักทายแทนอาจารย์ด้วย”
ในดวงตาของจ้าวหลิงซานปรากฏแววสงสัย แต่นางก็ยังคงตอบอย่างเคารพว่า “เจ้าค่ะ อาจารย์” ในใจของนางเต็มไปด้วยคำถาม ฉินเฉินผู้นี้คือใครกันแน่ ถึงทำให้อาจารย์ให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ นางจำได้ว่าครั้งหนึ่งฉินเฉินเคยอยู่กับอาจารย์ที่หออาวุธ หลังจากกลับมา ท่าทีของอาจารย์ที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ระหว่างอาจารย์กับฉินเฉินในวันนั้นเกิดเ