ะบี่สมบัติประกายดาราแทงออกไป ท้องฟ้าราวกับเต็มไปด้วยดาวระยิบระยับนับไม่ถ้วน หนาแน่นจนไม่อาจหลบหลีกได้
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นไม่ขาดสาย ยามสามคนถอยหลังต่อเนื่อง กว่าจะหยุดได้ก็เกือบสิบก้าวแล้ว บนหน้าอกของพวกเขาปรากฏรอยแผลจากกระบี่หลายรอย เผยให้เห็นเกราะด้านใน
“การฝึกตนขององค์หญิงช่างยอดเยี่ยม พวกเราละอายใจยิ่ง” เหล่ายามถอนหายใจ พลางลดกระบี่ลง
“แปะ แปะ”
อ๋องคัง จ้าวจิง ยืนอยู่ด้านข้าง พลางปรบมือ สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขากล่าวกับเหลียงอวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างซาบซึ้งว่า
“ต้องขอบคุณปรมาจารย์เหลียงอวี่ที่ชี้แนะ การฝึกตนของบุตรสาวข้าจึงก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด เพียงหนึ่งเดือนก็ทะลวงสู่ขอบเขตปฐพี และพรุ่งนี้ก็จะสำเร็จฝึกตนจากสำนักเทียนซิงแล้ว”
เหลียงอวี่กล่าวอย่างเฉยเมยว่า
“ท่านอ๋องคังกล่าวเกินไปแล้ว นั่นก็เพราะองค์หญิงมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา นางปลุกสายเลือดระดับสามขึ้นมาได้ และพรสวรรค์พลังจิตก็ถึงระดับสีส้ม ดังนั้นเมื่อฝึกเคล็ดวิชาพลังจิตของข้า จึงได้ผลลัพธ์สองเท่าโดยใช้แรงเพียงครึ่งเดียว ทำให้นางสามารถทะลวงสู่ขอบเขตปฐพีได้ภายในหนึ่งเดือน”
อ๋องคังคังหัวเราะแล้วกล่าวว่า
“อย่างไรเสีย