ต้นและโทสะ ฉินเยว่ฉือก็รู้สึกสิ้นหวังกับตระกูลฉินอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีความจำเป็นให้นางต้องอยู่ต่ออีกต่อไป หัวใจของนางเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
ในเวลานี้ จ้าวเฟิงก็โกรธจัดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินเยว่ฉือ
“ฉินเยว่ฉือ เจ้าช่างไร้ยางอายเสียจริง ไอ้ลูกนอกคอกของเจ้านำภัยพิบัติมาสู่ตระกูลฉินถึงเพียงนี้ แต่เจ้ากลับทำตัวเฉยเมย หากรู้ตั้งแต่แรกว่าไอ้สัตว์ตัวนี้จะสร้างปัญหามากมายเช่นนี้ ตอนนั้นเจ้าควรจับมันใส่กรงหมูแล้วถ่วงน้ำให้ตายไปเสียตั้งแต่แรก!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลฉินพ่นลมหายใจเย็นชา แล้วกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ฉินเฉินอยู่ที่ใด เหตุใดฉินกังยังไม่พาไอ้สัตว์ตัวนั้นกลับมาอีก!”
ฉินเยว่ฉือเงยหน้าขึ้น มองจ้าวเฟิงอย่างสงบ จากนั้นรอยยิ้มเย็นเยาะก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง สายตาของนางกวาดมองเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดอย่างเย็นชา แล้วกล่าวอย่างเสียดสี
“บุตรชายของข้าเป็นสัตว์ตัวหนึ่ง แล้วพวกเจ้าล่ะ มิใช่สัตว์แก่ทั้งฝูงหรือ?”
“เจ้า…!”
จ้าวเฟิงและเหล่าผู้อาวุโสโกรธจนตัวสั่น
“ฉินเยว่ฉือ เจ้ากล้าพูดกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นผู้อาวุโสของเจ้า ช่างไร้ยางอายเสียจริง!” ชายชราผู้นั้นโกรธจนผมเผ้าชี้ตั้ง
เข