อย่างไร!”
เหล่าผู้อาวุโสโกรธจัด ตะโกนด่ากันระงม
แม้แต่ฉินหยวนหงที่นั่งนิ่งมาตลอดก็ขมวดคิ้ว ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตา
จ้าวเฟิงที่กำลังลอบดีใจ รีบร้องขึ้นทันที
“ผู้นำตระกูล ท่านผู้อาวุโส ทุกท่านก็เห็นแล้ว! ไอ้สัตว์ตัวนี้ไร้กฎเกณฑ์ ไม่แม้แต่จะยอมรับผู้นำตระกูลแล้ว เก็บคนเช่นนี้ไว้ในตระกูลฉินก็มีแต่จะนำภัยพิบัติมา!”
ฉินหยวนหงมองฉินเฉินอย่างเย็นชา แล้วกล่าวว่า
“ฉินเฉิน ครั้งนี้ข้าเรียกเจ้ามาเพราะเรื่องของปรมาจารย์หลียงอวี่ บอกข้ามา เจ้าล่วงเกินปรมาจารย์หลียงอวี่ในหออาวุธได้อย่างไร?”
“ข้าไม่มีอะไรจะพูด”
“หึ ข้ารู้อยู่แล้วว่าไอ้สัตว์ตัวนี้จะเล่นลิ้น” จ้าวเฟิงกล่าวด้วยเสียงแหลม “เฟินเอ๋อร์ บอกเหล่าผู้อาวุโสทุกคนไปให้ชัด ว่าไอ้สัตว์ตัวนี้ไปล่วงเกินปรมาจารย์หลียงอวี่อย่างไร!”
ฉินเฟินก้าวออกมาจากฝูงชนทันที มองฉินเฉินอย่างเย็นชา แล้วกล่าวเสียงดัง
“ท่านผู้อาวุโส เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้นำหินนิลทมิฬที่บิดาของข้าใช้เงินมหาศาลประมูลมา ไปที่หออาวุธเพื่อให้ปรมาจารย์หลียงอวี่ช่วยหลอมอาวุธวิเศษ ในตอนนั้นปรมาจารย์หลียงอวี่ได้ตอบตกลงคำขอของข้าแล้ว แต่ฉินเฉินผู้นี้กลับดื้อดึงไปยั่วโทสะปรมาจารย์หลียงอวี่…”