ในตอนนั้นเอง เจียงซื่อถึงได้รู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ…นางเผลอพูดความในใจออกไปได้อย่างไรกัน
นางรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าชาวบ้านทั้งหลายต่างมองนางด้วยสายตาดูแคลน บ้างก็พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “เมื่อครู่ใครกันนะที่บอกว่าน้ำแกงนั่นนางเป็นคนเคี่ยวเอง ขาหมูซื้อมาต้อนรับญาติบ้านเดิม ยังพูดอีกว่าลูกชายกับลูกสะใภ้อยากกินขาหมูเลยใส่ร้ายนาง แต่ที่ไหนได้ สุดท้ายนางกลับแอบขโมยของจากบ้านลูกชายกลับมากินเสียเอง!”
ใบหน้าเจียงซื่อแดงสลับขาว นางจ้องกู้ฉางสุ่ยเขม็ง “ข้าเป็นแม่เจ้า! บ้านเจ้ามีของดีๆ ก็ต้องรู้จักกตัญญูต่อข้าไม่ใช่หรือ”
“ท่านแม่ หากท่านอยากได้ ของอะไรก็สามารถไปเอาจากบ้านข้าได้อย่างเปิดเผย ในฐานะลูกชายก็ย่อมต้องกตัญญูต่อท่านอยู่แล้ว แต่ท่านกลับไม่ปริปากสักคำ ให้น้องสาวไปขโมยจากบ้านข้าแบบนี้…”
กู้ฉางสุ่ยยังพูดไม่ทันจบ เจียงซื่อก็รีบร้องขัดขึ้นมา “ขโมยงั้นหรือ ครอบครัวเดียวกัน จะเรียกว่าขโมยได้อย่างไร!”
“ขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ไม่บอกกล่าวแล้วยึดเอา เรียกว่าขโมย’ น้องสาวทั้งสองคนทำเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นขโมย” กู้ฉางสุ่ยกล่าวเสียงเรียบ เขาไม่ได้มองเจียงซื่อ แต่หันไปมองกู้อันแทน “ท่านพ่อ