ทันทีที่สองแม่ลูกก้าวเท้าออกไป ผู้เฒ่าถังก็เกิดอาการไอรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง
กู้ฉางสุ่ยรีบประคองแขนของท่านตาไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างก็ลูบหลังเบาๆ
ผ่านไปไม่นาน เสียงไอก็ลดลง สีหน้าของผู้เฒ่าถังก็คลายความทรมานลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาผ่อนลมหายใจยาว ดวงตาที่มองกู้ฉางสุ่ยปรากฏแววประหลาดใจ “เจ้าเป็นหมองั้นหรือ”
“เปล่าขอรับ แต่ก่อนที่ท่านปู่จะสิ้นใจ ข้าเฝ้าอยู่ข้างกายเขาตลอด จึงลองศึกษาวิธีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดด้วยตนเองบ้าง” กู้ฉางสุ่ยตอบอย่างสัตย์ซื่อ
ผู้เฒ่าถังพยักหน้าอย่างพอใจ “เจ้าเป็นเด็กดี ตอนนั้นพี่กู้ยังเคยชมเจ้าให้ข้าฟังหลายหน ว่าเจ้าทั้งฉลาดทั้งรู้ความ อนาคตไกลแน่นอน”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับ “คำที่ท่านปู่ฝากให้ข้ามาบอกท่านตาคือ ให้ท่านตาวางใจยกหลานสาวให้ข้า ข้าจะทำให้นางมีชีวิตที่ดีให้ได้แน่นอน”
ผู้เฒ่าถังชะงักไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “เจ้าหนุ่มคนนี้กล้าชมตัวเองต่อหน้าข้า เจ้าไม่อายบ้างหรือ”
“เหตุใดต้องอายหรือขอรับ ข้าก็มีความสามารถพอจะทำให้นางมีความสุขจริงๆ” กู้ฉางสุ่ยกล่าวอย่างหนักแน่น
สีหน้าของผู้เฒ่าถังพลันสดใสขึ้นมา
“ดี! สมกับเป็นบุรุษหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น!” เขาตบมืออย่างดีใจ “เจ้าหนุ่ม