อย่างใด
ชายหนุ่มตัวต้นเรื่องที่รู้สึกว่าตนเองถูกเมินเฉย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจทันที ก่อนจะพ่นวาจาถากถางต่อ
“หึ! มาจากสำนักเล็กๆ ที่แม้แต่จะหาคนแค่สามคนมาเข้าร่วมสำนักเรียนหลวงก็ยังหามาไม่ได้ ทำเป็นวางมาดอวดดี”
สิ้นเสียง มู่อู๋ซวงก็ลืมตาขึ้น ดวงตาฉายแววเย็นชา
“หยวนอวี่ อย่าก่อเรื่อง”
หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเอ่ยตำหนิน้องชาย
น้องชายของนางมักจะทำตัวโอหังและดูถูกผู้อื่นอยู่เสมอ
แต่เวลานี้ ที่นี่ไม่ใช่ตระกูลหยวน ที่นี่คือเมืองหลวงแห่งต้าเยี่ยน
หากปล่อยให้น้องชายทำตามอำเภอใจแบบนี้ เห็นทีคงเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่
หยวนชิงกำลังจะเอ่ยขอโทษ แต่กลับพบว่าชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชาได้ก้าวเข้ามาหาเสียก่อน
ทุกย่างก้าวของเขาจะตามมาด้วยไอพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมส่งกระแสพลังอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง
เพียงแค่ห้าก้าว ไอพลังปราณวิญญาณของเขาก็ทะยานสู่ระดับแก่นปราณขั้นแปด
นั่นทำให้คนที่มาจากตระกูลหยวนทั้งสองคนตกตะลึง
มู่อู๋ซวงเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายหยวนอวี่
เสียงกระซิบแผ่วเบา หากแต่ชัดเจนดังขึ้นข้างหูของหยวนอวี่ ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว
“อย่ามายุ่งกับข้า”
“เพราะไม่อย่างนั้น