ตั้งมากมาย แต่กลับจับคนคนเดียวไม่ได้!!”
“ยังจะยืนเฉยอยู่อีกทำไม รีบไปเก็บกวาดให้เรียบร้อย!”
ไม่มีใครในบรรดาเหล่าลูกน้องของหอนางโลมชุนเซียงกล้าปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดห้องโถงที่เสียหายจากการต่อสู้ก่อนหน้าเงียบๆ
…
เวลาเพียงไม่นาน
ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองชิงหยุน
ว่าคนของตระกูลหลี่ใส่ร้ายป้ายสีว่า อัจฉริยะของตระกูลมู่มาเที่ยวเล่นที่หอนางโลมแล้วไม่จ่ายเงิน
กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ผู้คนล้วนให้ความสนใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
มู่เสินฉวนนำเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเดินทางไปยังที่ตั้งของตระกูลหลี่เพื่อทวงความยุติธรรม
การต่อสู้เกิดการปะทุขึ้น
ในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ตระกูลหลี่ก็ถูกสังหารหมู่ และถูกกำจัดออกไปจากเมืองชิงหยุนจนหมดสิ้น
นับแต่นั้นมา สี่ตระกูลใหญ่จึงเหลือเพียงตระกูลมู่และตระกูลซุนเท่านั้น
เมื่อผู้นำตระกูลซุนได้ยินข่าวนี้ เขาก็กลัวจนนอนไม่หลับ
ยามราตรีคืนหนึ่ง เขาได้ตีระฆังเตือนภัย เก็บรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด เรียกคนในตระกูลมารวมกัน และหนีไปในยามค่ำของคืนนั้น
สามวันต่อมา…
ตระกูลมู่ส่งคนไปช่วงชิงทรัพย์สินทั้งหมดของอีกสองตระกูล จนกลายเป็นผู้นำแห่งเมืองชิงหยุนและมีอำนาจยิ่