งใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ไปกินขี้นู่น!”
มู่หลางตะโกนพลางทำท่าคว่ำโต๊ะ
ลีลาท่าทางราวกับนักแสดงมืออาชีพ ทำให้ทุกคนรอบข้างต่างพากันทึ่ง อดไม่ได้ที่จะปรบมือและโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
แต่ขณะที่เขากำลังเล่าถึงช่วงสำคัญ เสียงของเขากลับหยุดลงกะทันหัน
สีหน้าของมู่หลางดูกระอักกระอ่วนเห็นได้ชัด เขาโค้งคำนับไปข้างหน้าด้วยความเคอะเขิน
“ผู้นำ… ผู้นำตระกูล”
“หา?”
“ผู้นำตระกูล?”
เหล่าเด็กหนุ่มสาวสะดุ้ง หันกลับไปมองข้างหลังตัวเอง
จึงเห็นว่ามู่เสินฉวนมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
ทุกคนรีบทำความเคารพ “คารวะท่านผู้นำตระกูล”
มู่เสินฉวนหัวเราะเสียงเข้าในลำคอ ก่อนจะเอ่ยตำหนิด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“คลังอาวุธเปิดให้เข้าไปฝึกฝนได้ทุกเมื่อแล้ว!”
“พวกเจ้าไม่ตั้งใจฝึกฝน แต่กลับมามั่วสุมกันอยู่ที่นี่!”
สิ้นเสียง เหล่าเด็กหนุ่มสาวก็ก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไร และรีบแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง
ไม่กี่อึดใจต่อมา
ก็เหลือเพียงมู่เสินฉวนและมู่หลางเท่านั้น
“เล่าได้ดีนี่”
มู่เสินฉวนมองไปที่มู่หลางด้วยรอยยิ้มแฝงเลศนัย
มู่หลางยิ้มแห้งตอบกลับไป เกาหัวเขินๆ อายๆ
“หืม?”
มู่เสินฉวนเบิกตาประหลาดใจกว้าง “ระดับพลังของเจ้าพัฒนาเร็วมาก!”
เพียงไม่กี่วัน
ระ