“รับคำสั่ง!” เสียงของเหล่าผู้ฝึกตนหลายสิบคนดังก้องปานระฆังยักษ์ สั่นสะเทือนไปทั่ว สะท้อนก้องให้เห็นถึงความสามัคคีและจิตสังหารอันแรงกล้าของตระกูล
จากนั้น ภายใต้การนำของมู่เสินฉวน พวกเขาเหล่านั้นก็พุ่งตรงไปยังที่ตั้งของตระกูลหวังอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง
มู่เฉินไล่ตามหวังเยี่ยนหรันได้ทัน ทั้งสองคนมีระดับขั้นรากฐานขั้นที่สอง จึงหนีออกไปไม่ไกลจากตระกูลมู่มากนัก
ตอนนี้ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันบนพื้นที่โล่งกว้าง
“เจ้ามาคนเดียว?” หวังเยี่ยนหรันมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นผู้ฝึกตนคนอื่นของตระกูลมู่ตามมาด้วย ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในสายตาของนาง มู่เฉินยังคงเป็นแค่ขยะที่ติดอยู่ในระดับฝึกฝนร่างกายมากว่าสามปีแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรก็มิอาจเทียบเคียงนางได้
เพียงแค่ฆ่าเขา นางก็จะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้
มู่เฉินมองมาด้วยสายตาสงบนิ่ง แล้วจึงพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ไม่ต้องมองหาใครหรอก”
“ข้ามาคนเดียว”
“ผู้นำตระกูล...”
“สั่งให้ข้ามาฆ่าเจ้า เพื่อพิสูจน์ในความเด็ดเดี่ยวของข้า!”
ใบหน้าของหวังเยี่ยนหรันฉายแววเย้ยหยันออกมาทันใด
“อวดดีนัก!”
“เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะของเมืองชิงหยุนอยู่งั้นหรือ?”
“ตระกูลมู่ของเจ้าลำพองใจได้ไม่นานห