มู่อู่จี๋ได้ยินคำตำหนิของพี่ชาย ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“เรื่องของตระกูล...”
“ข้าโง่เขลาเอง!”
“ทำให้ท่านพี่ผิดหวังแล้ว”
มู่อู่จี๋พูดประโยคแรกได้เพียงครึ่งเดียวก็รู้ตัวว่าไม่เหมาะสม จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
สิบปีที่ผ่านมาในฐานะผู้รักษาการแทนผู้นำตระกูล เขายุ่งทั้งกลางวันกลางคืน บวกกับเรื่องของมู่เฉิน เขาจึงไม่มีกะจิตกะใจจะฝึกฝนอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความละอายใจทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยคำบ่นใดๆ ออกมา ได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำตำหนิ
มู่เสินฉวนเห็นท่าทางเช่นนั้น ก็พอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ
เมื่อครู่ระหว่างทางจากโถงบรรพบุรุษมายังโถงประชุม เขาได้ใช้พลังจิตสำรวจโดยรอบ
พบว่าจำนวนสมาชิกในตระกูลลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
เหลือเพียงไม่กี่พันคน
ต้องรู้ว่าตระกูลมู่ตั้งรกรากอยู่ในเมืองชิงหยุนมานานหลายร้อยปี มีฐานอำนาจที่มั่นคง มีสาขาย่อยมากมาย จึงไม่น่าจะเหลือคนน้อยขนาดนี้
คิดๆ ดูแล้ว คงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในตระกูล!
“เริ่มประชุม!”
มู่เสินฉวนไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินตรงไปยังที่นั่งผู้นำตระกูล
สิ้นเสียง บรรดาผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม รีบกลับไปนั่งประจำที่ของตน
มู่อู่จี๋ก็รีบยกเก้าอี้มาวางข้างๆ อย่างคล่องแค