ู เหล่าผู้อาวุโสหันไปมองด้วยความตกตะลึง บุคคลผู้นั้นหาใช่ใครอื่นไม่…
เขาคือ มู่เสินฉวน อดีตผู้นำตระกูล ผู้ปิดด่านฝึกตนมานานถึงสิบปี!
มู่เสินฉวนยังคงมีรูปลักษณ์แบบเดิม แต่รัศมีที่แผ่ออกมานั้นลึกลับและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเก่า เขาเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง
“ทุกท่าน”
“ไม่ได้พบกันนานเลย!”
“ผู้นำตระกูล!”
“เสี่ยวฉวน!!!”
เสียงร้องต้อนรับดังระงมไปทั่ว ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนด้วยความยินดีปรีดา ฉากเบื้องหน้าราวกับความฝัน ใครจะคาดคิดว่าบุคคลที่ปิดด่านฝึกตนมาสิบปี จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง หากมู่เสินฉวนกลับมาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย ป้ายวิญญาณของเขาคงถูกตั้งไว้ในโถงบรรพบุรุษแล้ว
หลังจากทักทายกันอย่างอบอุ่น ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยถามด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“เสี่ยวฉวน… เจ้า… บรรลุระดับตำหนักม่วงแล้วหรือ?”
คำถามนี้ทำให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆ เบิกตากว้าง ตั้งใจรอฟังคำตอบ
มู่เสินฉวนเผยรอยยิ้มมุมปาก
“แน่นอน”
เมื่อได้รับคำยืนยัน เหล่าผู้อาวุโสต่างตื่นเต้นจนตัวสั่น บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติ
“สวรรค์ทรงเมตตา!”
“กี่ปีแล้ว!”
“ในที่สุดตระกูลมู่ของเราก็มีผู้บรรลุระดับตำหนักม่วงเสียที!”
มู่เสิ