ดจบ เขาก็เดินเข้าไปทันที
ตอนนี้คนที่โดนอีกฝ่ายกำลังเหยียบอยู่ตรงหน้าอกอย่างเชียนเฉินไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนยังไง อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เขาคนนั้นยิ้มเยาะขึ้นมา : “กูจะรอดูสิว่ามึงจะยังกล้าดีกับกูอีกหรือไม่ ครั้งหน้ามาอีกมึงก็คงจะรู้แล้วสินะว่าควรทำตัวยังไง”
เชียนเฉินพูดขึ้นอย่างเกลียดชัง: “ทางที่ดีคุณควรปล่อยผมจะดีกว่า ไม่อย่างนั้น คุณจะไม่ได้ตายดีแน่”
แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้ อีกฝ่ายกลับยิ่งเดือดดาลมากขึ้น จนแรงกดใต้เท้านั้นยิ่งเพิ่มแรงเข้าไปอีก ซึ่งนั่นทำให้เฉินเฟิงยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก พร้อมกับกุมเท้าของชายคนนั้นอย่างแน่น แต่นั่นกลับเป็นเหมือนดังหินก้อนใหญ่อันหนักอึ้ง
“ปล่อยเขาไปเถอะครับ” เฉินเฟิงเดินมาตรงหน้าชายคนนั้น แล้วพูดออกมาอย่างพยายามเลี่ยงปัญหามากที่สุด
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามอง ก็เห็นว่าเฉินเฟิงเองก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไร ทั้งยังรู้สีกว่าเขาดูจะอ่อนแอยิ่งกว่าพวกเขาเหล่านี้อีก แต่ดันกล้ามาพูดลองดีแบบนี้ยิ่งกว่าคนอื่นๆซะงั้น
เขาทำเหมือนตัวเองกำลังถูกเฉินเฟิงเล่นตลกด้วย ดังนั้นจึงหัวเราะ “ฮ่าๆ” ออกมาเสียง : “ตอนแรกก็คิดว่าเจ้าพวกนี้นั้นประสาทมากพอแล้ว กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่สมองยิ่งมีปัญหาเข้ามาอีก นี่มึงอยากให้กูช่วยล้างสมองมึงงั้นหรือไง!”
แต่ทว่าเฉินเฟิงกลับยิ้มขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ชายคนนั้นยิ่งมีความสุขมากยิ่งขึ้น
“แกคงจะไม่ได้ตกใจจน