นในเบ้าเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“อะไรกัน…เผ่าอสูร?”
ศิษย์สืบทอดของนิกายศักดิ์สิทธิ์หลายคนเผยสีหน้าสนใจ จงหมิงมองมันปุ๊บก็คิดเลยว่าเลือดเนื้อของมันเหมาะกับการปรุงโอสถหรือไม่
สวี่ซินเพ่งพินิจเพื่อประเมินพลัง
เจ้าแห่งอสรพิษมังกรกลับกำลังคิดว่าปากแหลมของมันสามารถนำไปปลูกถ่ายที่ตัวเองได้หรือไม่ หากได้ ควรนำไปติดไว้ตรงไหนดี
ส่วนปี้เฟยเยวียน…ความคิดของนางกลับแปลกไปคนละทาง นางตั้งใจยักไหล่ยั่วยวนต่อหน้าอสูรแมลง ดูการตอบสนองจากวิชาเทพนางโลมของตนอย่างสนุกสนาน แถมยังทำท่าจะวาดภาพเหมือนของอสูรแมลงตนนี้ไว้เสียด้วย
ส่วนลูกศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์คนอื่น ๆ ต่างก็ชี้ไม้ชี้มือ วิจารณ์กันสนุกสนาน
อสูรแมลงสีดำขยับหัวเล็กน้อย เหมือนกำลังสงสัยในเสียงพูดทั้งหลาย ก่อนจะอ้าปากออกช้า ๆ เสียงที่เปล่งออกมาช่วงแรกยังฟังคล้ายภาษาต่างด้าว
แต่ในไม่ช้า เสียงก็ชัดเจนขึ้น ฟังดูทุ้มต่ำจนเย็นยะเยือก “พวกเจ้าคนนอก…จงไสหัวไปเสีย มารดาของข้าไม่ต้อนรับพวกเจ้าในโลกนี้!”
คำพูดเพิ่งจบ เสียงทั้งหมดพลันหยุดนิ่ง
เหล่าศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่โดยรอบ รวมถึงห้าศิษย์สืบทอด ต่างหันขวับไปยังอสูรแมลงราวนัดกันไว้
ที่ทุ่งรกร้างว่างเปล่า เงียบงันประหนึ่งความตาย อสูรแมลงสีดำที่พูดขึ้นถึงกับรู้สึกไม่สบายตัว บิดเกลียวร่างกายอย่างไม่สบายใจ ถอยกรูดไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น สวี่ซินหัวเราะออกมา
“นึกว่ามาจากสำนักเต๋า เป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ควบ