“ผมก็คิดว่าคุณชายเฉินจะเป็นคนที่ชื่นชอบผู้คนคึกคักแบบนี้เสียอีก”
เฉินเฟิงถามกลับ: “นี่ผมดูเป็นคนแบบนั้นมากเลยหรอครับ?”
“ก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของผมหน่ะครับ คุณชายเฉินอย่าได้ใส่ใจเลย จริงด้วย คุณชายเฉินพอจะออกมาพูดคุยกันสักครู่ได้หรือเปล่าครับ ?”
เฉินเฟิงจ้องมองไปยังเขาด้วยสายตาที่สงสัย แต่โจวฟ่างกลับดูเหมือนว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องการจะบอกกับเขา
“ได้ครับ!” เฉินเฟิงพูดพลางได้เพียงลุกขึ้นอีกครั้งเท่านั้น โดยที่เก้าอี้ของเขายังนั่งได้ไม่ทันที่จะอุ่นเลย
เมื่อเดินตามโจวฟ่างออกมา เฉินเฟิงก็กล่าวถาม: “คุณต้องการที่จะบอกอะไรกับผมหรอครับ?”
“เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโจวครับ ผมรู้สึกว่าเรื่องบางอย่างหากไม่ได้บอกกับคุณชายเฉินได้เข้าใจ มันอาจจะมีผลกระทบต่อแผนการต่อต้านหมาป่าทะเลทรายได้” โจวฟ่างที่เดินนำหน้ากล่าวตอบ
แต่เฉินเฟิงกลับถามอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ: “อย่างนั้นทำไมถึงมาหาผมล่ะครับ เรื่องนี้คุณควรจะบอกกับคนตระกูลไป๋ให้เข้าใจก่อนไม่ใช่หรอครับ?”
โจวฟ่างตอบกลับอย่างลังเลใจ: “ผมไม่ค่อยเชื่อใจในตัวพวกเขาเท่าไหร่ ถ้าหากว่าแผนการครั้งนี้เกิดมีปัญหาขึ้นมาก็คงต้องเกิดเรื่องขึ้นจากกลุ่มตระกูลของพวกเรา ดังนั้นตอนนี้ผมจึงไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครมากนัก”
เฉินเฟิงเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะสิ่งใดที่ทำให้เขาเกิดความกังวลใจมากขนาดนี้ได้ จึงคิดไปเองว่าคงเป็นเพราะโจวฟ่างนั้นตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ถึงอย่าง