นี้ แล้วไปหาที่หลบซ่อนตัวแทน แบบนั้นถึงจะเป็นการดี และพวกเราก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหาอะไรอีกด้วย ”
“ผมไม่กล้าที่จะส่งตระกูลโจวไว้ในมือคนอย่างคุณหรอกนะ อย่างน้อยผมก็ทำเพื่อหาทางให้ตระกูลโจวของเรามีชีวิตต่อไปได้อย่างไร ในขณะที่ตัวคุณนั้นกำลังหาทางให้ตระกูลโจวไปตายอย่างไร ” ลุงสามกล่าวเยาะเย้ยกลับ
เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสทั้งสองคนกำลังทะเลาะกัน โจวจื่อเอ๋อจึงได้เพียงแค่นั่งอยู่เงียบๆ เธอรู้ตัวดีว่าเธอเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในการจัดการปัญหาของตระกูลโจวเท่านั้น ในขณะที่ผู้จัดการดูแลตระกูลโจวตัวจริงคือพวกเขาเหล่านี้
โจวสุนตะเบ็งเสียงขึ้นมา: “พอได้แล้ว”
เดิมทีโจวฟ่างกำลังคิดจะพูดแย้ง เมื่อได้ยินแบบนี้จึงได้เพียงขวางตามองไปยังลุงสามอย่างเดือดดาลเท่านั้น พร้อมกับหุบปากลง เพราะอย่างไรเสียตัวเขายังมีความนับถือในตัวผู้นำครอบครัวอยู่
“ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณทั้งหลายมีความคิดกันอย่างไร แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีทีเดียว ”
เขาหันไปมองลุงสาม: “ลุงสาม ตัวผมรู้ดีเช่นกันว่าคุณหวังดีกับตระกูลโจวของเรา แต่ถ้าอยากจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายแต่ไม่ยอมเสียสละอะไรเลย อย่างนั้นคงจะไม่ได้ ”
“ผมไม่ได้……” ลุงสามที่อยากจะอธิบาย แต่กลับโดนโจวสุนขัดเอาไว้เสียก่อน
“ผมไม่ได้จะตำหนิอะไรกับความคิดของลุงสามหรอกครับ ขอเพียงพวกเรามีการเตรียมใจที่จะเสียสละ การบอกว่าตระกูลไป๋จะทำเรื่องบ้าคลั่ง ในขณะที่ความจริงพวกเราเองก็บ้าคลั่งไม่แพ้