เฉินเฟิงส่ายหน้าเบาๆ ปฏิเสธ: “ไม่มีอะไร”
สาเหตุที่เขาไม่ได้พูดออกมานั้นเป็นเพราะว่าจู่ๆ เขาก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าเกิดการจุดประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว มันจะกลายเป็นดั่งการทอดสะพานยาว และมีความเป็นไปได้จะเกิดการแตกหักตั้งแต่ส่วนฐานเลยก็ว่าได้ ซึ่งเบื้องหลังอำนาจที่ยังไม่ทราบที่มานั้น เฉินเฟิงเองก็เชื่อมั่นได้เลยว่าหลังจากที่พวกเขาได้ประสบผลลุล่วงตามที่ต้องการแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลย
ส่วนไป๋ซิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก จึงเอาแกนแอปเปิลที่ตัวเองกินหมดแล้วโยนออกไป ก่อนจะหันมาพูดต่อ : “ ตระกูลโจวเชิญให้พวกเราไปที่นั่น เพราะว่าช่วงนี้ตระกูลของพวกเขากำลังมีข่าวดี ดังนั้นการที่พวกเราไปร่วมแสดงความยินดีจะไม่มีใครสงสัยแน่นอน ”
เฉินเฟิงถามกลับ: “ที่คุณมาแจ้งเรื่องนี้กับผม เพราะต้องการให้ผมไปพร้อมกับพวกคุณงั้นหรอ ?”
ไป๋ซิงพยักหน้า: “คุณพ่อตั้งใจให้ผมมาหาคุณชายเฉิน เขาบอกว่าเรื่องนี้คุณชายเฉินเป็นคนริเริ่มขึ้นมา ดังนั้นหากให้อีกฝ่ายได้พบกับคุณชายเฉิน พวกเขาคงน่าจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นคุณพ่อก็ยังบอกอีกว่าหากว่าคุณชายเฉินไม่ยินยอมที่จะเปิดเผยตัวตน อย่างนั้นก็ไม่เป็นอะไร พวกเราไปกันเองก็เพียงพอแล้ว ”
เฉินเฟิงคิดไตร่ตรองพร้อมตอบกลับ: “ในเมื่อพวกคุณอยากให้ผมไปด้วย ก็แสดงว่าคงคิดไว้แล้วว่าการมีผมไปด้วยน่าจะดีกว่าสินะ”
“ความหมายของค