ทว่าต่อให้ไป๋จิ้งเฟิงจะพูดแบบนี้ แต่สำหรับตัวเฉินเฟิงแล้ว เรื่องที่ไม่มีทางทำได้ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่มีทางทำได้อยู่ดี
เดิมทีเขาอยากจะปฏิเสธไป๋จิ้งเฟิงไปโดยตรง แต่เมื่อดูสีหน้าของไป๋จิ้งเฟิงสองพ่อลูกแล้ว เฉินเฟิงจึงได้เพียงตอบกลับอย่างอ้อมๆ : “เรื่องนี้ผมคงต้องไตร่ตรองอีกสักระยะถึงจะได้ ถ้าหากว่าทั้งสองไม่ถือสาอะไร ผมขอเวลาทบทวนอีกสักสองสามวันแล้วค่อยแจ้งให้กับพวกคุณดีกว่านะครับ ”
สองพ่อลูกตระกูลไป๋ได้ยินอย่างนั้นก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเพียงประโยคสำหรับบ่ายเบี่ยงเท่านั้น ด้านไป๋ซิงจึงคิดที่จะโน้มน้าวอีกสักหน่อย แต่ก็ถูกไป๋จิ้งเฟิงห้ามเอาไว้เสียก่อน
ไป๋จิ้งเฟิงตอบกลับอย่างถ่อมตัว: “อย่างนั้นคงต้องรบกวนคุณชายเฉินแล้ว ถ้าหากว่าคุณชายเฉินตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว รบกวนแจ้งให้กับผมด้วย ”
เฉินเฟิงเพียงพยักหน้า ไม่ได้ตอบกลับอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
น้ำชาที่วางอยู่ข้างๆ ไป๋จิ้งเฟิงไม่ได้คิดจะดื่มต่อ เพียงหันไปพูดกับไป๋ซิง : “ ซิงเอ๋อ ประคองฉันกลับกันเถอะ อย่าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณชายเฉิน ”
ไป๋ซิงประคองไป๋จิ้งเฟิงตามคำพูดของเขา ซึ่งทั้งสองเดินทางมาอย่างไร ก็จากไปแบบนั้น
มองดูรถของพวกเขาจากไป จูๆเฉินเฟิงก็รู้สึกใจหนักอึ้งขึ้นมาทันที
และในตอนนั้นเองที่เสี่ยวเย่เดินออกมาจากด้านในบ้าน เธอกล่าวถามด้วยความสงสัย : “ชายชราคนนั้นก็คือนายท่านไป๋สินะคะ ดูแล้วก็อายุเยอะมากแล้วจริงๆนะคะ เหมือนกับยายทวดในหมู่บ้านของ