กน้อยแล้ว เขาจึงพูดกับSouthcoว่า “ความจริงแล้วคราวนี้ฉันพาไป๋ซิงมาที่นี่ ก็ไม่ใช่เพราะว่าเพียงแค่กินข้าวมื้อหนึ่งเท่านั้นนะ นายก็รู้ว่าโครงการอะไรของนายนั้นตระกูลไป๋ก็มีส่วนร่วมด้วย แล้วเขาก็เป็นคนของตระกูลไป๋เหมือนกัน”
เฉินเฟิงยังไม่ได้พูดชัดเจนมากนัก แต่ก็ดูเหมือนว่าเข้าใจกันดีแล้ว
ไป๋ซิงก็วางตะเกียบในมือลง มองไปยังSouthco
“ฉันไม่ค่อยเข้าใจการแย่งชิงอะไรกันระหว่างพวกคุณหรอกนะ แต่ว่าฉันกับไป๋ซูชาวจีนคนนั้นร่วมมือกันได้อย่างดีทีเดียว ส่วนฉันก็ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรในสถานการณ์เช่นนี้”
Southcoก็พูดอย่างตรงไปตรงมา นี่ก็เท่ากับว่าเป็นการปฏิเสธไป๋ซิงไปแล้ว
แต่ไป๋ซิงก็ยังอยากจะลองอีกสักครั้งหนึ่งจึงพูดว่า “ผมทราบว่าคุณSouthcoให้ความเมตตากับน้องชายของผมเป็นอย่างดี เขาก็เป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่การทำโครงการคราวนี้ กลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณSouthcoคิดเลย”
Southcoมองไปยังไป๋ซิงด้วยความอยากรู้ “นี่คุณหมายความว่าอย่างไรเหรอ?”
ไป๋ซิงพูดว่า “ในเมื่อคุณSouthcoลงทุนโครงการนี้แล้ว ก็จำเป็นจะต้องให้เหมือนกับเมื่อครั้งที่ไปลงทุนโครงการไมโครที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้คราวนั้นด้วย ทั้งสองโครงการนี้ล้วนต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก แม้กระทั่งมุ่งไปสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกทั้งนั้น แต่ถ้าหากเหลือให้กับน้องชายของผมเพียงคนเดียวละก็ งั้นเขาอย่างมากก็แค่ทำได้ในระดับที่ดีที่สุดของเมืองจีนเ