แต่ขาดการแต่งหน้าทาปากไปหน่อย ดูไปแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือนแค่เป็นเด็กสาวข้างบ้านที่ให้ความกันเองเท่านั้น
เฉินเฟิงจึงนึกสนุกขึ้นมาทันทีแล้วถามอย่างทะเล้นว่า “ถ้าให้คุณทำเรื่องบางอย่างที่ต้องฝืนใจตัวเองล่ะ?”
เสี่ยวเย่ก็งงไปสักครู่ ดูเหมือนว่ายังนึกไม่ออกว่าจะมีเรื่องอะไรที่เธอจะต้องฝืดใจทำบ้าง “คุณชายเฉินคะ คุณวางใจเถอะ ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันก็รับประกันกับคุณชายไป๋แล้วไง”
เฉินเฟิงก็ไม่รู้แล้วว่าเด็กสาวคนนี้ใสซื่อบริสุทธิ์จริง หรือว่าแกล้งทำกันแน่ แต่ก็หมดสนุกไปเสียแล้วล่ะ
จึงได้แต่พูดว่า “งั้นคุณก็ขยันหน่อยแล้วกัน ถ้าหากทำได้ไม่เลวละก็ ฉันก็จะเพิ่มเงินให้คุณอีก”
เมื่อได้ยินว่าจะเพิ่มเงินให้ เสี่ยวเย่ก็พูดด้วยความดีใจว่า “จริงเหรอคะ คุณชายเฉิน งั้นฉันก็จะต้องขยันให้มากเลยล่ะ”
เฉินเฟิงรู้สึกไม่สนุกกับเด็กสาวแล้ว ก็เตรียมตัวเดินจากไป แต่เมื่อนึกถึงสาวสวยคนนั้นขึ้นมา จึงหันหน้าไปถามอีกว่า “เสี่ยวเย่ คุณอยู่ที่นี่เคยเห็นคนอื่นอีกหรือเปล่า?”
เสี่ยวเย่มองดูเขาอย่างแปลกใจ แล้วพูดว่า “ไม่มีเลย! คุณชายเฉิน คุณหมายความว่าอะไร หรือว่าที่นี่มีของอะไรอย่างอื่นอยู่อีกหรือ?”
เสี่ยวเย่ดูเหมือนตกใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที มองไปยังเฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัว “คุณชายเฉิน คุณอย่ามาหลอกฉันนะ ฉันยิ่งกลัวของพวกนั้นอยู่ด้วย ที่นี่ก็เป็นที่ที่รกร้างว่างเปล่าอย่างนี้ หรือจะมีพวกภูตผีปีศาจอะไรอยู่ด้วย!”