“ยาเม็ดนี้จะช่วยกระตุ้นให้พละกำลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างกายของแกออกมา ทำให้แกสามารถขยับตัวได้กระฉับกระเฉงอย่างน้อยก็สองชั่วโมง”
เขาหยิบยาเม็ดนั้นยื่นให้ตรงหน้าเฉินเฟิง เฉินเฟิงพูดว่า “มันคงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นล่ะมั้ง?”
“เกี่ยวกับผลข้างเคียงพวกนั้น สำหรับแกแล้วมันมีความจำเป็นด้วยเหรอ ขอเพียงไม่ตายไปเสียก่อน มันก็น่าจะดีกว่าตอนนี้มากแล้วนะ” ไป๋ซิงพูด
ดูเหมือนเฉินเฟิงก็คล้อยตามเขา จึงได้กลืนยาเม็ดนั้นลงไป
แล้วก็เป็นจริงอย่างที่พูด พละกำลังภายในตัวเขาก็เริ่มค่อยๆฟื้นขึ้นมา ร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนเป็นร้อนผ่าว ราวกับเป็นอาการฮึกเหิมครั้งสุดท้ายของคนใกล้ตาย
ผ่านไปสักครู่ ในที่สุดเฉินเฟิงก็ลุกขึ้นมายืนได้แล้ว เขาพูดกับไป๋ซิงที่อยู่ข้างๆด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “แกไม่กลัวเหรอว่าตอนนี้ฉันจะฆ่าแก”
ไป๋ซิงกลับไม่มีความกลัวอะไรเลย “แกคิดว่ามีความจำเป็นเหรอ? ต่อให้ฆ่าฉันตอนนี้ได้แล้ว แกก็ออกไปไม่ได้อยู่ดี”
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น หน้าประตูคุกใต้ดินนี้ก็มีคนเดินเข้ามา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นคนของตระกูลเฉียน
หนึ่งในจำนวนนั้นตะโกนพูดกับไป๋ซิงว่า “คุณชายไป๋ ทำไมคุณถึงทำอย่างนี้ล่ะ นายท่านถึงแม้จะตกลงกับคุณไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้คุณพาตัวคนนี้ไปด้วยนะ”
ไป๋ซิงตอบอย่างเรียบเฉยว่า “ต่อให้ฉันคิดจะจัดการกับไอ้หมอนั่น มันก็เป็นเรื่องภายในของตระกูลไป๋ ไม่ต้องรอให้พวกแกมาชี้นิ้วสั่งการหรอก ไสหัวออกไ