”
ทั้งสองพูดไปหัวเราะไป แต่นึกได้ว่าวันนี้ยังต้องฝังเข็มให้กับนายท่านเชียนขึ้นมาเสียก่อน
ทางด้านเฉินเฟิงยังคงรับหน้าที่เดิมที่เคยทำ โดยการช่วยพยุงตัวนายท่านเชียนขึ้นมา จากนั้นจึงให้เฟิ่งซีเป็นคนฝังเข็ม
ซึ่งเมื่อเทียบกับความรวดเร็วและความชำนาญของหลงหลินแล้ว เฟิ่งซีนั้นมีความเชื่องช้ากว่ามาก จากเดิมทีที่หลงหลินใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อตกมาเป็นหน้าที่ของเฟิ่งซีเธอที่เพิ่งฝังเข็มไปได้เพียงครึ่งเดียว บริเวณหน้าผากของเธอก็มีเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว พร้อมทั้งสีหน้าก็ดูเจ็บปวด
เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วง และทำได้เพียงกล่าวถามด้วยเสียงเบาๆ : “คุณยังไหวหรือเปล่า?”
เฟิ่งซีไม่พูดอะไร เพียงแต่หาจุดฝังเข็มอย่างเงียบๆ เท่านั้น
ทางด้านเฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปดึงกระดาษทิชชู่ที่อยู่ข้างๆมา แล้วยื่นมือขึ้นไปช่วยเช็ดเหงื่อที่อาบโชกบนใบหน้าของเฟิ่งซี
แต่หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว เฟิ่งซียังคงมีบางจุดที่ยังไม่ได้ลงมือ จนด้านนอกประตูมีเสียงฝีเท้าเดินไปมาดังทะลุเข้ามา ตอนนี้พวกเขาคงจะรู้สึกว่าครั้งนี้ต่างไปจากเดิมเพราะว่าเกิดเรื่องผิดปกติอะไรหรือเปล่า อย่างไรเสียคนที่นอนอยู่บนเตียงนี้ก็เป็นนายท่านของพวกเขา
เฉินเฟิงมองไปยังเฟิ่งซีก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเองก็มีความรำคาญใจเช่นกัน ถึงแม้เขาจะคอยช่วยเช็ดเหงื่อให้เธออยู่ตลอด แต่เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว การ