หญิงสาวรวบผมขึ้นทัดเข้าข้างหู ต่างหูคริสทัลคู่นั้นห้อยลงมาจากติ่งหู ค่อยๆแกว่งไหวเอนไปมา ทำให้เฉินเฟิงถึงกับมองตาค้างไปชั่วขณะ
รูปร่างที่ทำให้ชวนฝันนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดได้
แต่กำลังมองอยู่นั้น หญิงสาวก็ทำตาถลนใส่ เขาจึงทำตัวเสงี่ยมลง จากนั้นก็พูดขอบคุณด้วยท่าทีเอาจริงเอาจัง “บุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ ก็ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี ถ้าคุณหนูมีเรื่องอะไรให้ช่วย ก็ขอให้บอกมาได้เต็มที่เลย ฉันจะไม่ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว ต่อให้ร่างกายแหลกเหลวเป็นเท่าถ่าน ก็ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น หรือแม้แต่จะต้องบุกน้ำลุยไฟก็ตาม”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่หัวเราะออกมา
“พี่สาวบอกว่าดูท่าทางคุณแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร ก็เป็นอย่างที่พูดไม่มีผิดเลย ท่าทางกะล่อนปลิ้นปล้อนอย่างนี้ จะเป็นคนดีได้ยังไงกัน อีกทั้งตอนนี้คุณพูดคุยกับฉัน ก็เป็นแบบนี้แล้ว คุณก็ยังไม่รู้สึกเขินอายมั่งเลยเหรอ?”
รอยยิ้มที่สงบเรียบร้อย แม้แต่หัวเราะขึ้นมาก็ยังดูสงบเสงี่ยมเจียมตัว
เฉินเฟิงกลับรู้สึกขำไม่ออก แล้วพูดว่า “นี่จะเป็นการปรักปรำฉันชัดๆเลย ท่าทางฉันอย่างน้อยดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นคนร้ายได้หรอก อีกทั้งมองคนแต่รูปลักษณ์ภายนอก มันก็คงไม่ใช่คำพูดของคนดีๆที่เขาพูดกันหรอก”
หญิงสาวพูดอย่างโกรธเคืองว่า “คุณพูดเก่งจังเลยนะ ถึงกับแว้งกลับมาด่าพวกเราได้ สงสัยจะช่วยงูเห่าไว้เสียแล้ว รู้อย่างงี้ไม่ช่วยคุณไว้ดีกว่า”
หญิงสาวถึงแม้