างมุม กล่าวถึงเพื่อนที่รู้จักถูกฆ่าตาย พวกเขาก็เพียงหัวเราะเสียงดังราวกับเรื่องขบขัน
เห็นชัดว่า… เรื่องที่นิกายศักดิ์สิทธิ์ถูกรุมล้อมจากวิหารเต๋าและสุขาวดีเซิ่นเล่อ ไม่ใช่เพียงชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินเท่านั้นที่ไม่ใส่ใจ แม้แต่เหล่าศิษย์ของนิกายศักดิ์สิทธิ์เองก็ไม่ใส่ใจเช่นกัน ถูกฆ่าก็แปลว่าไม่มีฝีมือ ถ้ามีฝีมือ… ดูอย่างพวกเราที่ฝ่าทางรอดมาได้สิ!
ฝีมืออ่อนด้อย ก็จงฝึกให้หนัก หากรับความเสี่ยงไม่ได้… ก็อย่าได้ย่างกรายเข้าสู่กระดานแห่งความตายนี้เลย
อีกฟากหนึ่ง ฉินเทียนเหอก็ไม่แสดงสีหน้าแปลกใจเลยสักนิด ยกมือเรียกศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
“สวี่ซินอยู่ไหน? ยังไม่ตายใช่ไหม?”
“…ยังไม่ตาย”
ศิษย์คนนั้นตอบเสียงเรียบ ก่อนจะพาสองคนเข้าไปยังส่วนลึกของค่ายกล และที่นั่น มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ริมฝีปากแดงฟันขาว กำลังโบกมือกล่าวกับฝูงชนเบื้องหน้าเสียงดัง
“พวกเรา… ควรจะรวมกำลังกัน!”
“ศิษย์แท้จริงสองคนถูกฆ่าตายแล้ว ถ้าเรายังไม่รวมพลัง ก็มีแต่จะถูกล้อมทีละคน พวกเจ้าคิดจะตายที่นี่จริง ๆ หรือ?”
“ถ้าไม่อยากตาย ก็ฟังคำข้าสั่ง!”
“ตราบใดที่พวกเจ้าทำตาม ข้าเชื่อว่าเรายังมีหวังรอดได้ถึงสามส่วน! และข้าเชื่อว่าศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์ทุกคนเป็นพี่น้องของข้า ย่อมร่วมมือกับข้าแน่นอน…”
คำพูดยังไม่ทันจบ ศิษย์ผู้หนึ่งในระดับรวมลมปราณขั้นปลายก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“ให้เจ้าสั่ง? แล้วศิษย์พี่จงหมิงอยู่ที่