ก้วหนึ่งค่อยๆลอยขึ้น แต่ว่าเจ้าของบ้านยังมาไม่ถึง เฉินเฟิงจึงได้แต่นั่งรอต่อไป
มีหญิงสาวหน้าใสคนหนึ่งจูงเด็กน้อยอายุรามแปดเก้าขวบกำลังเล่นน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่งเสียงแจ้วเจ้ามาเป็นระยะๆ เด็กคนนั้นหน้าตาขาวใสสะอาด แต่งตัวก็ดูสวยงามดี คาดเดาว่าน่าจะเป็นลูกหลานเจ้าของบ้าน
ขณะกำลังนั่งมองเพลินๆอยู่นั้น ก็มีคนเดินเข้ามายังศาลาสุ่ย
หน้าตาท่าทางดูแล้วอายุก็ราวยี่สิบกว่า รุ่นราวคราวเดียวกับเฉินเฟิง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา แขนขาเรียวยาว ก็นับว่าเป็นคุณชายที่หน้าตาสดใสหล่อเหลาเอาการทีเดียว
ยังไม่ทันที่จะได้เห็นหน้าเฉินเฟิงเลย ก็ส่งยิ้มเดินเข้ามาแต่ไกล
เมื่อได้พบว่าเฉินเฟิงแล้ว ก็รีบแนะนำตัวเองว่า “กระผมเชียนสวนยี่ ไม่ทราบว่าคุณท่านมีนามว่าอะไรเหรอ?”
เฉินเฟิงตอบว่า “เฉินเฟิง”
เดิมทีนึกว่าฝ่ายนั้นไม่น่าจะรู้จักตัวเอง แต่นึกไม่ถึงว่าเชียนสวนยี่กลับแสดงสีหน้าตกตะลึงแล้วพูดว่า “คุณท่านน่าจะเป็นคนที่สู้ชนะกษัตริย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ชื่อเฉินเฟิงคนที่สำนักเทียนซานกำลังตามจับตัวท่านนั้นสิ”
เฉินเฟิงยิ้มแหยๆ ในใจก็คิดว่า คงเป็นเพราะเรื่องนี้ ที่เขาอยากจะทำตัวให้สงบเงียบแต่ก็สงบไม่ลงเสียที
แต่มองดูฝ่ายนั้นก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะปฏิเสธตัวเอง จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นผมเองจริงๆ เพียงแต่ว่าเรื่องของสำนักเทียนซานเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดที่ซับซ้อนมาก ผมก็ไม่มีโอกาสที่จะไปอธิบายให้กับปรมาจารย์ทั้งสองท่าน