่งคนอื่นเข้าไปใหม่ แกพาเยว่เอ๋อกลับมาได้ก็เพียงพอแล้ว”
แต่ว่าตู๋กูหยุนรู้สึกยังไม่ยอมรามือ พูดว่า “หลังจู่ ถึงยังไงก็แล้วแต่ฉันก็ยังทนอัดอั้นใจไว้ไม่ไหว ฉันจะต้องทำให้ไอ้หมอนั่นรู้จักความเจ็บปวดทรมานเสียมั้ง”
ชายชราพูดว่า “เรื่องราวคราวนี้ไปเกี่ยวโยงถึงตระกูลเซียนแล้ว ถ้าแกยังดื้อรั้นต่อไปอีก ก็จะทำให้ไปเพิ่มความโกรธแค้นให้กับพวกเขามากขึ้น พวกเรายังไม่สมควรที่จะไปฉีกหน้าตระกูลเชียนตอนนี้”
ตู๋กูหยุนกำลังจะพูดอะไรต่ออีก แต่ว่าชายชราก็ทำตาถลนใส่ เขาก็ได้แต่กำหมัดไว้แน่น แล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”
เมื่อมองดูตู๋กูหยุนยอมอ่อนข้อให้แล้ว ท่าทีของคนชราก็นุ่มนวลมากขึ้น เขาพูดว่า “แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ในฝูงหมาป่าก็ย่อมจะต้องมีหมาป่าที่หิวโหยหลงเหลืออยู่สักตัวสองตัว เมื่อปล่อยพวกเขาออกไปก็ย่อมต้องไปล่าเนื้อกินทั้งนั้น”
ตู๋กูหยุนก็ใจเย็นลงแล้วพูดว่า “ให้โถวหลังไปจะดีกว่านะ”
ชายชรากลับอึ้งไปสักครู่ แล้วพูดว่า “โถวหลังเหรอ? มันจะไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปเหรอ?”
แต่ว่าตู๋กูหยุนพูดอย่างยืนหยัดว่า “หากไม่ใช่โถวหลังแล้วละก็ คนอื่นจะต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบภายใต้เงื้อมมือเขาอย่างแน่นอน หากเป็นไปได้แล้วละก็ หลังจู่ควรที่จะไปเชิญ ใต้เท้าเทียนหลังมาดีที่สุด อย่างน้อยฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปรมาจารย์ท่านนั้นจะยังปรากฏตัวออกมาอีกหรือเปล่า”
ชายชราก็ครุ่นคิดขึ้นมาอย่างจริงจัง
ปรมาจารย์ที่ตู๋กูหยุนพูด