“สอง”
ร้องตะโกนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเฉินเฟิงก็เตะสวนออกไปอย่างแรงหนึ่งที เฉี่ยวผ่านศีรษะของตู๋กูหยุนไปพอดี แต่เสียดายที่เฉี่ยวผ่านไปเพียงนิดเดียว
“สาม”
เมื่อสิ้นเสียงลง ทั้งสองคนต่างก็ถอยหลังไปหลายก้าว เพื่อเพิ่มความห่างออกไป
“ก็รักษาคำพูดดีเหมือนกันนะ” เฉินเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“อย่าพูดมาก ด้านหลังเป็นที่โล่งกว้าง แกกับฉันไปที่นั่นค่อยมาประลองแพ้ชนะกันอีกที”
ถึงแม้ตอนนี้ทั้งสองคนห่างออกจากกันมากแล้ว เฉินเฟิงก็มีโอกาสมากพอที่จะสามารถหนีไปคนเดียวได้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลย เขาไม่อยากเห็นหลี่จื่อเยว่ถูกจับกลับไป นึกถึงนังหนูคนนั้นเป็นเพื่อนเดินทางที่ดีมาโดยตลอด ก็มีความรู้สึกเสียดายบ้างเล็กน้อย
จึงบอกตกลง จากนั้นก็วิ่งนำหน้าไปยังทิศทางที่เขาชี้ไป
ส่วนสถานที่นั้น ก็เป็นสถานที่เงียบสงบดีจริงๆ ตั้งอยู่ที่เปลี่ยวห่างไกลความเจริญ ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด แสงแดดยามเย็นสาดส่องลงมา ทำให้สะท้อนเงาต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนั้นทอดเงายาวไปตามทางออกไป
สายลมยามเย็นพัดโชยมา ยอดหญ้าไหวเอนขึ้นลงลู่ไปตามแรงลมที่พัดผ่าน แลดูแล้วงดงามตระการตายิ่งนัก
“ที่นี่เหมาะสำหรับเป็นที่ฝังศพของแกเลย”
“แกกับฉันยังไม่รู้ว่าใครจะตายก่อนใครกันแน่?”
ทั้งสองคนพูดจบ แล้วก็เริ่มรบราฆ่าฟันกันต่อไปอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าตู๋กูหยุนจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าบ้างเล็กน้อยก็ตาม แต่ว่าถ้าอยากจะเอาชนะเฉินเฟิงในเวลาอันสั้นนั้น ก็คงไม่ใช่เป็นเรื่องท