เฉินเฟิงเดินไปยังข้างเตียง ด้วยความที่เขาไม่ได้คิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก : “ถ้าหากว่าคุณไม่ถือสาอะไรก็มานอนบนเตียงด้วยกันหนึ่งคืนก่อนแล้วกัน อีกอย่างผมก็ไม่ใช่คนประเภทนั้นด้วย แต่ถ้าหากว่าคุณถือสา อย่างนั้นก็ดึงผ้าห่มจากเตียงไปนอนบนพื้นแทนแล้วกัน”
เมื่อพูดจบ เขาก็ไม่รอให้เซียงหลันบอกว่าตัวเองเลือกยังไง เขาก็ขึ้นไปเปิดผ้าห่มแล้วนอนลงไปบนเตียง พร้อมทั้งยังเหลือที่ว่างครึ่งหนึ่งไว้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินเฟิงก็ได้ยินเสียงของเซียงหลัน เธอเดินมายังข้างเตียงโดยไม่ได้ดึงผ้าห่มลงไป เพียงแต่นอนลงไปบนเตียงเท่านั้น
เฉินเฟิงสามารถรับรู้ถึงความตื่นเต้นของเธอ และนั่นเป็นเรื่องที่เฉินเฟิงคิดไม่ถึงเลยจริงๆ เพราะทั้งที่ตอนกลางวันเธอยังพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับเขาแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมีความหวาดกลัวแทนเสียอย่างนั้น
แต่อย่างว่าเฉินเฟิงไม่ได้ทำอะไร เพียงนิ่งเงียบตลอดทั้งคืน
ถึงแม้ว่าในห้องจะมีการเปิดฮีตเตอร์เอาไว้ แต่ด้วยหน้าต่างที่แตกไปทำให้มีลมหนาวพัดเข้ามาด้านในอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้ในเช้าวันถัดมาทั้งสองคนก็ได้กอดกันแน่นเพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่กันและกัน
หลังจากที่เซียงหลันตื่นขึ้นมา เฉินเฟิงก็ยังไม่ได้ทำอะไรเธออย่างที่เขาได้พูดเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะกอดอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นแล้ว เธอกลับไม่ได้ถือสาเรื่องนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ทว่าไม่ร