แต่ว่าสุดท้ายทั้งสองก็ไม่ได้ต่อสู้กัน เพราะว่าหญิงสาวได้กลับมาแล้ว
เมื่อมองดูพวกเขาสองคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยสีหน้าตึงเครียด หญิงสาวก็ยิ้มออกมาทันที : “ทำอะไรกันอยู่เนี่ย ผู้ชายอย่างพวกคุณเอาแต่ชอบต่อสู้ฆ่าแกงกันเกินไปแล้วมั้ง จะสงบศึกกันไม่ได้เลยหรือไงกัน มาๆ คุณมานั่งก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องจะบอกกับคุณ ”
เมื่อเธอพูดแบบนี้ เฉินเฟิงจึงได้เพียงกลับไปนั่งตามที่เธอบอกเท่านั้น
เมื่อนั่งลง เขาก็กล่าวถามทันที : “แล้วคนที่ผมต้องการล่ะ?”
หญิงสาวนั่งลงตรงนั้นพลางไขว้ขาขึ้น จนเฉินเฟิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสามารถมองเห็นบางอย่างในที่ลับนั้นของเธอ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจงใจทำแบบนั้นโดยไม่สนใจสายตาของเฉินเฟิงเลย
แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟิงก็ไม่ใช่คนหัวอ่อนอะไร จึงไม่มีทางถูกการกระทำแบบนี้ของเธอยั่วยวนเขาได้ ก่อนที่เขาจะมองไปที่เธอด้วยสายตาเฉียบขาด
ทว่าหญิงสาวยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้นพลางพูดด้วยความเรียบนิ่ง: “น่าเสียดายหน่อยนะคะ พอดีว่าคนยังมาไม่ถึง แต่นี่ไม่ใช่เพราะว่าพวกเราไม่ยอมปล่อยคนหรอกนะคะ เพราะส่วนใหญ่แล้วต้องรอจนถึงช่วงหัวค่ำก่อนพวกเขาถึงจะมาถึงที่นี่ ”
เฉินเฟิงไม่อยากจะไปสนใจคำพูดพวกนี้ของเธอ ก่อนจะถามอย่างเย็นชา : “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?”
หญิงสาวตอบกลับ: “ ฉันบอกกับคุณแล้วไม่ใช่หรอคะ หากยังมาไม่ถึงที่นี่พวกเราจะไม่เข้าไปก่อกวนเด็ดขาด คุณอยู่รอจะดีกว่านะคะ บางทีอีกไม่นานก็น่าจะมา