เมื่อทั้งสองขึ้นรถ เขาก็ขับรถออกไปทันที รถอันโดดเดี่ยววิ่งแล่นอยู่กลางถนนบนพื้นที่อันกว้างใหญ่ มุ่งทะยานไปสู่เส้นทางสุดขอบฟ้า
ในเวลานี้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยปุยเมฆสีขาวสะอาด ท่ามกลางผืนฟ้าอันไร้ขอบเขตนี้ หมู่เมฆค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่าง ราวกับได้เห็นภาพลวงตา
ก่อนที่แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องมาบนตัวของเฉินเฟิงในขณะที่เขากำลังขับรถ โดยมีชิงจือนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนเยว่เอ๋อที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ถอดกระเป๋าเป้ของตัวเองมาวางไว้หน้าตักเหมือนว่าต้องการจะงีบหลับ
หลังจากผ่านไปไม่นานเขาก็ขับรถเข้าไปในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เฉินเฟิงเดินลงจากรถแล้วปล่อยให้พนักงานเติมน้ำมันไปในขณะที่เขาเดินลงไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ข้างๆ เพื่อซื้อของกินและน้ำดื่ม
กระทั่งเขาเดินออกมาจากร้านก็เห็นว่ามีรถตู้SUVสีดำหลายคันกำลังขับแล่นเข้ามาในปั๊มน้ำมัน ก่อนจะล้อมรถของเฉินเฟิงเอาไว้
เยว่เอ๋อที่นั่งอยู่ด้านหลังเห็นแบบนั้นถึงกับตื่นตระหนกขึ้นมาซึ่งเฉินเฟิงก็พอจะคาดเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายคือใคร
เขารีบสาวเท้าเดินกลับไปทันที
แล้วคนที่เดินลงมาจากรถก็คือชายชราที่มือถือไม้เท้าคนนั้นจริงๆ ไม้เท้าเหล็กนั่นของเขากระทบลงบนพื้นจนเกิดเสียงกระแทกดังขึ้นมา
เขาเหลียวหันไปมองเฉินเฟิงที่กำลังเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ
ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เคร่งขรึม: “ในเมื่อคุณชายไม่เชื่อในตัวผม ก็ไม่ควรจะทำเรื่องแบบนี้
เฉินเฟิงแอบหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขา