ังนั่งอยู่ด้านในมองมายังเขาด้วยความหมดอาลัย
“ยังจะไม่ออกมาอีก ทำไมยิ่งโตยิ่งไม่เชื่อฟังแล้วนะ”
ทว่าเยว่เอ๋อกลับหวาดกลัวจนถอยไปข้างหลัง ชายชราที่เห็นอย่างนั้นก็หวังจะเข้าไปจับตัว
ชิงจือคว้าข้อมือของชายชราเอาไว้ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาบาง: “ฉันเป็นคนพาเธอมา การที่เธอจะกลับไปด้วยหรือไม่ฉันเป็นคนตัดสินเอง”
ชายชรามองไปยังชิงจือ เขาไม่คิดเลยว่าชิงจือจะเข้ามาขัดขวางเขาแบบนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้จักชิงจือฉะนั้นเขาจึงยิ่งใช้น้ำเสียงข่มขู่มากยิ่งขึ้น
“แม่สาว ฉันว่าเธออย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่า”
ชิงจือไม่พูดอะไรทั้งนั้นก่อนจะผลักเขาออกไป
ชายชราถอยหลังไปแม้กระทั่งไม้เท้ายังไม่สามารถช่วยพยุงเอาไว้ได้อีกแล้ว แต่ยังโชคดีที่ด้านหลังมีคนเข้ามาช่วยประคองเขาไว้ จึงทำให้เขาไม่ได้ล้มลงไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง การต่อสู้ระหว่างเฉินเฟิงและตู๋กูหยุนก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่เฉินเฟิงดูจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย
“ก็ดี!” ชายชราอุทานออกมา
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่ามาหาว่าฉันไม่เกรงใจแล้วกัน”
เมื่อพูดจบเขาก็ส่งสัญญาณมือให้คนที่อยู่ข้างๆ เริ่มลงมือได้ ก่อนที่ชายกลุ่มหนึ่งจะเดินลงจากรถพร้อมกับอาวุธมากมายที่อยู่ในมือ
แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือคนที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าคือชิงจือ
ชิงจือเปิดประตูรถออกพลางเดินลงมาจากรถอย่างช้าๆ เพื่อรับมือกับพวกเขาที่ฝีมือไม่เทียบเท่ากับเธอเลยแม้แต่น้อย
และเพราะอย่าง