คุยกับเขา
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูก็มีแผ่นกระดาษขนาดเล็กจำนวนหนึ่งถูกสอดเอาไว้ตรงช่องประตู เฉินเฟิงเข้าใจเลยทันทีว่ามันคืออะไร เขาจึงไม่คิดจะไปสนใจ
แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ประตูห้องเขาก็ถูกเคาะอีกครั้ง
เฉินเฟิงกำลังคิดว่าอีกเดี๋ยวมันคงจะหยุดไปเอง แต่ปรากฏว่าครั้งนี้เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ยอมหยุด เขาจึงเดินตรงไปยังประตูด้วยความสงสัย
ในขณะที่เดินไปเฉินเฟิงก็คิดว่าคงจะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชิงจือแน่นอน
แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูออก กลับคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเขาคนนี้
ไอ้ผมแดงเองก็ตกใจไม่น้อย เขาจ้องมองเฉินเฟิงอยู่พักหนึ่งกว่าจะเรียกสติกลับมาอีกครั้ง
“พี่ชาย มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย?” เขากล่าวทักทายอย่างกระฉับกระเฉง
เฉินเฟิงไม่ตอบแต่กลับถามเขาแทน “เป็นนายได้ยังไง?”
“พี่ชาย พวกเรานี่มีวาสนาต่อกันจริงๆ เลย ถึงได้มาเจอกันที่นี่อีกครั้ง”
ดูท่าแล้วเงินสามแสนหยวนนั่นจะทำให้ไอ้ผมแดงมีความสุขไม่น้อย เขาถึงได้ไม่คิดว่าเป็นเรื่องลำบากอะไรที่จะตัวสนิทสนมกับเฉินเฟิงแบบนี้
แต่เฉินเฟิงกลับไม่อยากจะสนใจเขา พร้อมกับถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“นายอยากจะทำอะไรกันแน่?”
ไอ้ผมแดงรับรู้ได้ว่าเฉินเฟิงกำลังมีความไม่พอใจ เขาจึงได้บอกสาเหตุที่เขามาอยู่ที่นี่กับเฉินเฟิง
“พี่ชาย ในค่ำคืนแบบนี้อยู่คนเดียวมันก็เหงาเกินไป ผมเลยมาที่นี่เพื่อที่จะหาคนคลายเหงาเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าจะมาเ