และในขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าอีกไม่นานที่นี่ก็จะเหลือเพียงศพอันไร้วิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้น
ด้านนอกก็มีการเคลื่อนไหวก่อนที่จะมีเสียงบางอย่างโดนทุบเสียงดัง เฉินเฟิงก็นึกถึงคนที่เขาได้เจอในคุกใต้ดินคนนั้นทันที
เป็นไปได้ว่าเขาจะมาช่วยพวกเขาสองคน
“เกิดอะไรขึ้น ออกไปดูสิ” เซวี่ยผิงเองก็ประหลาดใจกับเสียงวุ่นวายที่ดังขึ้น จึงรีบสั่งการให้คนออกไปตรวจสอบทันที
เพียงไม่นานเสียงนั้นก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เฉินเฟิงที่ถูกมัดเอาไว้จึงไม่มีทางที่จะหันไปด้านหลังได้เลย แต่เมื่อสักครู่นี้ที่มีเงาของคนบินฝ่าร่างของเขาไปทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามีคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นคนที่มา แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องสิ้นหวังอีกต่อไป
เสียง” ปัง” ดังขึ้นอีกครั้ง
เซวี่ยผิงมองเห็นคนที่เข้ามาอย่างชัดเจน แต่ว่าเขากลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จึงกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ
“คุณคือ?”
“ฉันเองไงล่ะ ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
เสียงอันคุ้นเคยนั้น สุดท้ายเขาก็ปรากฏตัวแล้ว แต่ทำไมเขาถึงได้กล้าเผชิญหน้ากับเซวี่ยผิงโดยตรงแบบนี้กัน เฉินเฟิงถึงกับคิดกังวลอยู่ในใจ
ทันใดนั้นเองเซวี่ยผิงก็กลับมาสงบสติอารมณ์ได้อีกครั้งก่อนจะพูดอย่างเย้ยหยัน
“เป็นคุณแล้วจะทำอะไรได้?จะช่วยสองคนนี้ไปจากเงื้อมมือของผมงั้นสิ?เรื่องแบบนี้สำหรับคุณมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”
อีกฝ่ายจึงตอกกลับทันที
“นักบวช คุณทำเรื่องโหดเหี้ยมไร้ซึ่งจิตสำนึกมามากมาย