นกลับมาด้วยหรือเปล่า?”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พวกนั้นกลายเป็นไก่เปื่อยไปแล้ว ไม่ต้องลงแรงอะไรก็พามาได้แล้ว” ชายสวมหมวกหนังหัวเราะออกมาเสียงดัง
“อย่างนั้นนายก็ทำงานใหญ่สำเร็จแล้วสิ นายใหญ่จะต้องมอบรางวัลให้นายแน่ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องดีแบบนี้จะหล่นมาทับหัวนายได้ ”
ชายที่เข้ามากล่าวต้อนรับกล่าวด้วยความรู้สึกอิจฉา
“เอาล่ะ ไม่คุยกับนายแล้ว ฉันยังต้องพาผู้หญิงคนนั้นไปหานายใหญ่ก่อน นี่เป็นถึงสมบัติสำคัญที่จะทำให้นายใหญ่เข้าไปในแดนมหาปรมาจารย์ได้ ฉันไม่อยากเสียเวลา”
เฉินเฟิงที่ได้ยินแบบนี้ถึงได้เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงต้องวางแผนจับชิงจือมาแบบนี้ ที่แท้เป็นเพราะแดนมหาปรมาจารย์นี่เอง
แต่น่าสมเพช ตัวเขาเป็นเพียงคนที่ติดแหเข้ามาด้วยเท่านั้น เมื่อถึงตอนที่เห็นว่าเขาไม่มีประโยชน์อะไร ไม่นานเขาก็คงจะถูกฆ่าทิ้งแน่นอน
รถม้าถูกลากไปข้างหน้าอีกครั้ง หลังจากผ่านบ้านเหล่านั้นมา ข้างหน้าก็มีอาคารสำนักที่มีขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และรถม้าก็หยุดลง พวกเขาปล่อยตัวเฉินเฟิงและชิงจือลงมา โดยมีคนจำนวนหนึ่งแบกพวกเขาเข้าไปยังอาคารสำนักงาน
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านายใหญ่ที่พวกเขาพูดคนนั้นจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ชายสวมหมากหนังจึงสั่งให้คนไปรายงานทันที ผ่านไปสักพักในที่สุดพวกเขาก็เจอกับอีกฝ่ายสักที
เฉินเฟิงสังเกตลักษณะของอีกฝ่าย พลางรู้สึกว่าเหมือนเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน
นี่ไม่ใช่เซวี่ยผิงคนนั้นหรอกหรือ ?เขานึกถึงนักเดินทางท