ูดด้วยความเกลียดแค้น
“คุณควรจะคิดหาวิธีว่าจะรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ได้ยังไงจะดีกว่า” ชิงชิวกล่าว
เฉินเฟิงยิ้มฝืด การที่สามารถเอาชีวิตรอดมาจากมหาปรมาจารย์ได้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ว
“ถ้าผมสามารถบรรลุการเป็นมหาปรมาจารย์ได้ ทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น”
เฉินเฟิงเพียงแค่พูดหยอกล้อเท่านั้น แต่ชิงชิวกลับคิดอย่างเอาจริงเอาจังซะอย่างนั้น
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็จำเป็นต้องฆ่ามหาปรมาจารย์หนึ่งคน เพราะตอนนี้ 12 ปรมาจารย์สุดยอดคงจะครบแล้ว”
“หากการจะบรรลุสู่การเป็นมหาปรมาจารย์แล้วต้องฆ่ามหาปรมาจารย์ไปหนึ่งคน หรือการฆ่ามหาปรมาจารย์ไปคนหนึ่งแล้วจะต้องขึ้นเป็นมหาปรมาจารย์คนใหม่นั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่เลย ทุกอย่างจะวนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น”
เฉินเฟิงพูดด้วยรอยิ้มเยาะเย้ย
ชิงชิวไม่พูดอะไร บางทีเขาเองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
หลังจากที่พักรักษาตัวมาสักระยะ ร่างกายของเฉินเฟิงก็ฟื้นตัวแล้วไม่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้นเขายังคงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ดังนั้นจึงเป็นชิงชิวที่คอยจัดการดูแลทุกอย่าง นั่นจึงทำให้เฉินเฟิงรู้สึกซาบซึ้งต่อการกระทำของชิงชิวอย่างมาก
กระทั่งในช่วงบ่ายวันนี้ก็มีคนเข้ามาในหุบเขาลึก โดยเป้าหมายของเขาคือกระท่อมหลังเล็กที่เฉินเฟิงกำลังพักอยู่นั่นเอง
คนคนนี้มีความสูงราวสองเมตร ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่ดูทรงพลัง
เขาที่เดินมาถึงกระท่อมเห