าจะยังไงไม่นานมานี้เขาก็เคยให้เจ้าอ้วนเป็นยามอยู่พักนึง
“แกคงไม่ได้กำลังหลอกฉันอยู่ใช่ไหม?”
แต่เจ้าอ้วนกลับพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า
“คุณชายเฉิน เรื่องนี้ผมไม่ได้โกหกคุณจริงๆ คุณสามารถไปสืบดูได้ ตอนนี้ต่างก็พูดถึงแต่เรื่องนี้ บางทีเพราะคุณเองก็เพิ่งกลับมา เพราะงั้นพวกเขาถึงยังไม่ได้บอกอะไรคุณ แต่เรื่องมหาปรมาจารย์คนนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ว่าคุณบอกว่าคุณไม่รู้จักสองพี่น้องตระกูลเน่ เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้ บางทีอาจจะมีใครต้องการใส่ร้ายคุณก็ได้”
ใจของเฉินเฟิงเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะจริง เขาดูท่าทางของเจ้าอ้วน ไม่น่าจะหลอกเขา แต่ว่าช่วงนี้เขาไม่ได้ฆ่าใครเลย มือที่เปื้อนเลือดก็มีแค่ของชิงจือ
“เรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปได้ยังไง ไม่มีใครรู้สึกว่ามันผิดปรกติเลยเหรอ?” เฉินเฟิงถาม
“หนึ่งในมหาปรมาจารย์ลงมือเอง เรื่องนี้ไม่ได้ถูกพูดถึงนานแล้ว พวกคนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ตอนนี้ก็แค่อยากจะเห็นฝีมือของมหาปรมาจารย์ ถ้าเกิดได้ชมการต่อสู้ ก็อาจจะได้เคล็ดอะไร เรื่องนี้มันสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ส่วนเรื่องที่ว่าความจริงเป็นยังไง ในสายตาของพวกเขา มันไม่มีค่าให้สนใจด้วยซ้ำ” เจ้าอ้วนตอบ
คำพูดที่เจ้าอ้วนพูดออกมาถึงแม้จะฟังดูประหลาด แต่เหตุผลก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
“คุณชายเฉิน คุณคงไม่รู้ ตั้งแต่ข่าวนี้ถูกแพร่ออกมา ที่ยันเจียงก็มีการรวมตัวของเหล่าผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้มากมาย มีคนอยากเห็นฝีมือของมหาปรมาจารย์อยู่ไม่น้อย แ