นใส่ร้ายแบบนี้ ถ้าเกิดเขาไม่พูดให้ชัดเจน หรือว่าจะต้องหลบซ่อนตัวไปตลอดงั้นเหรอ
“ถ้าเกิดฉันพูดความจริงกับมหาปรมาจารย์คนนั้นล่ะ? เขาจะยอมปล่อยฉันไหม” เฉินเฟิงถาม
แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าอ้วนกลับส่ายหัว
“คุณฉีกหน้าของสำนักเทียนซาน ทุกคนต่างก็รู้ว่าคุณเอาชนะศิษย์ของสำนักเทียนซาน ต่อให้คุณไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่เพื่อรักษาหน้าของสำนักเทียนซาน ก็คงต้องลงมือกับคุณอย่างแน่นอน เรื่องที่ว่าสุดท้ายจะฆ่าคุณไหม ในสายตาพวกเขาก็แค่มีคนตายเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนก็เท่านั้นเอง เรื่องนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไป”
เฉินเฟิงเองก็รู้สึกถึงความสิ้นหวัง ดินแดนของมหาปรมาจารย์นั่นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสั่นคลองได้ในโลกของศิลปะการต่อสู้ สิ่งที่พวกเขาทำนั่นมันเหนือสามัญสำนึกไปนานแล้ว
มีเพียงแค่ข้อตกลงระหว่างมหาปรมาจารย์ด้วยกันที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำร้ายความสมดุลของโลกแห่งศิลปะการต่อสู้
แต่ถ้าชีวิตของเฉินเฟิงที่อยู่ระดับสูงสุดแค่คนเดียว ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจด้วยซ้ำ
พอคิดจนถึงตรงนี้ เฉินเฟิงจึงตัดสินใจได้แล้ว แถมโชคดีที่เจ้าอ้วนเตือนขึ้นมาก่อน เขาพูดกับเจ้าอ้วนด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งเล็กน้อย
“ยังดีที่แกบอกฉัน หนี้ในวันนี้ฉันเฉินเฟิงจะจำเอาไว้ ถ้าเกิดฉันสามารถรอดพ้นเรื่องนี้ไปได้ ฉันจะต้องตอบแทนแกอย่างแน่นอน”
เจ้าอ้วนเองก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า
“คุณชายเฉิน คุณเกรงใจเกินไปแล้ว ผมเคยบอกแล้วว่าในเมื่อตามเจ้านายใหม่ งั้นผมก็จะต้องทำงานเพ