ามารถจะพาหนูไปได้ นี่มีทั้งน้ำและอาหาร หากว่าหนูลงมาจากรถ ฉันจะให้หนูทั้งหมดเลย”
ในมือถือสิ่งของ และพูดเกลี้ยมกล่อมกับเด็กน้อย
เฉินเฟิงมองออกว่า เด็กนั้นต้องการสิ่งของอย่างมาก แต่เธอก็ยังนอนฟุบอยู่บริเวณหน้ากระจกรถ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลงมา
เฉินเฟิงสามารถที่จะใช้กำลัง แต่ร่างกายที่ผอมบางอย่างนั้น เขาเกรงว่าหากเขาใช้แรง ก็คงจะทำให้กระดูกหักแล้ว
ดังนั้นในที่สุด จึงกลายเป็นสภาพแบบที่เห็นในตอนนี้ เขานั่งรออยู่ที่นั่น ส่วนเด็กน้อยก็นั่งกินอาหารอยู่ด้านข้าง
เห็นได้ชัดว่าอาหารคำนี้ที่กินลงไปทำให้เด็กน้อยติดคอ เขาตบไปที่หน้าอก และก็ไม่ทราบว่าน้ำวางอยู่ที่ไหนแล้ว
เฉินเฟิงจำยอมที่จะเอาน้ำที่วางอยู่บริเวณที่นั่งของเขาและเปิดฝาขึ้น แล้วส่งไปให้เด็กน้อย
เด็กน้อยรีบรับขวดน้ำมาแล้วดื่มในทันที
“หรือว่าหนูเป็นเด็กกำพร้า? ”
ขณะที่รอคอยมันน่าเบื่อ เฉินเฟิงจึงได้สอบถามขึ้น
แต่ไม่ทราบว่าเด็กคนนี้เป็นใบ้หรือเปล่า เธอไม่ยอมพูด และก็ไม่สนใจเฉินเฟิง
ต่อให้หวังดีเอาอาหารให้เธอกิน แต่ก็เหมือนว่ายังไม่สามารถทำให้เด็กน้อยลดความหวาดระแวงในตัวเฉินเฟิงลงได้
แต่เฉินเฟิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะว่าในที่ไม่ไกลออกไปนักมีคนสองคนในชุดสีขาวปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงจันทร์
สองคนนี้ก็คือพี่น้องตระกูลเน่ พวกเขามาที่ยันเจียงก็เพื่อแก้แค้นให้กับเจี่ยตง
เฉินเฟิงแน่นอนว่าไม่รู้จักพวกเขาอยู่แล้ว แต่ขณะที่อยู่บ้านอยู่ดี ๆ ก็เกิดเรื่องรำคาญ