แต่คิดไม่ถึงว่ายามผู้นั้นก็ยังคงยืนหยัดตามความคิดของตน
“ฉันออกไปจากตรงนี้ไม่ได้จริง ๆ พวกเรามีกฎระเบียบ ฉันมีหน้าที่ตรวจสอบคนที่สามารถเข้าออกได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่มา หากว่าไม่มีการแจ้งมาที่ฉันก็ไม่มีทางที่จะให้เขาเข้าไปด้านในได้”
เขาพูดออกมาแบบนี้ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความโมโหขึ้น ชายวัยกลางคนที่สุภาพและหนักแน่นก็สะบัดมือแล้วเดินกลับมายืนอยู่ด้านหลัง
แต่ก็มีคนเข้ามาพูดคุยกับยามต่ออีก
“นายพูดว่าไม่สามารถให้คนเข้าไปด้านในได้ แต่ว่าทำไมไอ้คนบ้านนอกสองคนนั้นถึงเข้าไปได้ล่ะ นายจงใจที่จะลำเอียงใช่ไหม”
ตอนที่ผู้หญิงร่างผอมบางคนนั้นชี้ไปยังเฉินเฟิง เฉินเฟิงก็ยังไม่ทันได้พูดตอบกลับออกไป
ยามก็หันไปมองที่เฉินเฟิง เขารู้จักเฉินเฟิง แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้เฉินเฟิงเป็นเจ้าของสวนแห่งนี้ แต่ที่เฉินเฟิงเข้าไปด้านในได้นั้นก็เพราะได้รับการอนุญาตแล้ว เขาก็หมดปัญญา ทำได้เพียงพูดตามความจริงให้กับคนนั้นฟัง
“พวกเขาเป็นสมาชิกของที่นี่ ดังนั้นฉันจึงปล่อยให้เขาเข้าไปด้านในได้”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนโวยวายกันยกใหญ่
“นายพูดอะไรนะ สองคนนี้ที่แต่งตัวอย่างกับคนบ้านนอกก็เป็นสมาชิกของที่ด้วยงั้นเหรอ นายล้อเล่นกันใช่ไหม ฮ่าฮ่า ฉันไม่เคยได้ฟังเรื่องตลกขบขันอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย”
เธอทำท่าทางงุนงง แสดงออกได้เหมือนกับที่ตัวเองรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าขันจริง ๆ
เฉินเฟิงเอือมระอาเป็นอย่างมาก ที่พูดว่าเขาเป็นคนบ้านนอกซึ่งอาจเป็นเพรา