สง่างามพลิ้วไหวของชิงชิว ซึ่งวิชาการต่อสู้ของสำนักเต๋าจะมีความชำนาญในลักษณะนี้ ในที่สุดก็ไม่มีทางที่จะขัดขวางเขาได้
เห็นเพียงแต่เท้าสองข้างของเขาลอยสูงขึ้นจากพื้น ร่างกายเหาะเหินไปในระยะทางกว่าสิบฟุต ซึ่งเฉินเฟิงถูกปล่อยทิ้งไว้ด้านหลัง กระบี่ยาววางอยู่ตรงหน้า เขาจึงใช้มือขวาหยิบขึ้นมา จับปลอกกระบี่ไว้แน่น และก็ชักกระบี่ออกมา ด้วยท่าทางที่สง่างามเกินจะบรรยาย
เฉินเฟิงยืนอยู่เบื้องหน้า ราวกับเป็นราชาปีศาจที่ลงมายังโลก ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ผิวหนังมี ลักษณะเหมือนกับน้ำเดือด ที่ได้ระบายไอร้อนออกมา
หากว่ามีภาพอะไรที่จะมาบรรยายลักษณะท่าทางของเขาทั้งสองคนนี้ ก็คงจะเป็นภาพที่นักพรตเต๋าลงจากภูเขาเพื่อมาปราบมารปีศาจร้าย
แต่จะเป็นฝ่ายนักพรตเต๋าที่เหนือกว่าหรือฝ่ายปีศาจที่เหนือกว่านั้น ก็ต้องดูผลลัพธ์จากการต่อสู้
หลังจากที่ชิงชิวถือกระบี่ยาวแล้วกลับดูมีท่าทางที่สง่างามขึ้น แต่เฉินเฟิงก็ยังคงมองว่าเป็นเพียงคนจอมปลอมผู้หนึ่งเท่านั้น
เอี้ยวตัวหลบกระบี่ แล้วเขาก็ชกหมัดไปที่ข้อมือของชิงชิว
ชิงชิวก็มีการตอบสนองหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว หมัดนั้นเพียงแค่แฉลบผ่านตัวเขาไป แต่ก็รู้สึกทำให้ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่
“เดิมทีข้าคิดว่านายเป็นผู้ที่ไม่ยินดียินร้ายในลาภยศชื่อเสียงอะไร จึงอยากที่จะทำความรู้จักเป็นเพื่อนกับนาย แต่สุดท้ายก็คิดไม่ถึงว่านายเป็นพวกที่ชอบคำสรรเสริญเยินยอ”
เฉินเฟิงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ย