นแบบนี้หรอ!” เทียนอิงพยักหน้า คนที่เหลือพากันมองหน้า ไม่รู้ว่าเฉินเฟิงมีกลเม็ดอะไร ก่อนหน้านี้เฉินเฟิงไม่ได้พูด พวกเขาจึงไม่ได้ถาม
ขณะที่ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ ศีลสามมาถึง เวลานี้เขาถูกผ้าพันแผลพันรอบตัว เดินถือไม้เท้ามาตรงหน้าทุกคน
“หื้ม? ศีลสามนายมาได้ยังไง ทำไมถึงไม่รักษาตัวดีๆในโรงพยายาม มาที่นี่ทำไม!”
เมื่อเห็นศีลสามเดินเข้ามา อาจารย์ฟางเจิ้นเดินมาต้อนรับ แล้วพูดตำหนิ
“ยังต้องพูดอีกหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาพวกนาย อีกทั้งวันนี้เป็นการประลองรอบตัดสินของน้องชายฉัน ฉันจะไม่มาได้ยังไง!” ศีลสามหัวเราะแห้ง
“น้องชาย นายควรจะรักษาตัวให้ดี!”เฉินเฟิงยิ้มเศร้า
“น้องชาย นายไม่รู้อะไร วันนี้ตอนเช้าฉันเจอเจ้าโง่คูเรียที่แพ้นายที่โรงพยาบาลด้วย เขาเอาแต่พูดว่าน้องชายทำให้เขาอับอาย อีกทั้งตอนนี้ถึงแม้เขาจะสูญเสียแขนไปแล้วข้างหนึ่งแต่เขาก็สามารถรักษาวรยุทธ์เอาไว้ได้!”
ศีลสามสูดลมหายใจเข้าแล้วพูดต่อ:“อีกทั้งเจ้าโง่คูเรียยังบอกว่านายต้องถูกอู๋คุนฆ่าตายแน่ๆ แน่นอนว่าฉันไม่ยอม ดังนั้นฉันจึงทะเลาะกับเขา วันนี้ฉันจะพิสูจน์ว่านายสามารถฆ่าอู๋คุนได้ ฉันจะดูสิเจ้าโง่คูเรียยังจะกล้าพูดอะไรไหม!”
ฟังคำพูดของศีลสาม ทุกคนหมดคำพูด ความคิดในหัวจินตนาการภาพศีลสามที่มีผ้าพันแผลพันรอบตัวทะเลาะกับอาเธอร์
“จริงด้วย น้องชายของฉัน นายไม่มีวันทำให้ฉันผิดหวังใช่ไหม!”
จู่ๆศีลสามก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันไปจ้องมองเฉินเ