ยิ่งกว่าฝีมือตัวเองพัฒนาขึ้นซะอีก
ทุกคนไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้ต่างพากันมองหน้าเฉินเฟิงยิ้มๆ
เย่หนานเทียนไม่ได้พูดอะไรเลย เขาเชื่อใจศิษย์น้องตัวเอง ศิษย์น้องที่เป็นความภูมิใจของเขา ถึงเขาจะกังวลอยู่บ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่าเฉินเฟิงต้องชนะอาเธอร์ในการแข่งได้แน่
“เอาล่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะ การแข่งใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว ถ้าเกิดการแข่งเริ่มตอนพวกเรายังไม่ถึง จะโดนตัดสิทธิ์นะ!”
อู่จื่อโจวดูนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก่อนเร่งเร้า
ทุกคนเดินออกจากโรงแรม ที่หน้าประตูมีรถบัสขนาดกลางจอดอยู่หนึ่งคัน เพราะพวกเขาคนเยอะ อู่จื่อโจวเลยติดต่อองค์กรศิลปะการต่อสู้ให้ส่งรถบัสมาให้พวกเขาเลย
เฉินเฟิงเข็นเย่หนานเทียนขึ้นรถก่อน จากนั้นทุกคนก็พากันขึ้นรถ
พอทุกคนขึ้นรถเสร็จ รถก็ค่อยๆเคลื่อนตัวพาพวกเขาไปยังสนามแข่งวาติกัน
โรงแรมอยู่ใกล้กับสนามแข่งมาก แค่สิบกว่านาทีก็ถึงสนามแข่ง ทุกคนลงจากรถเข้ารับการตรวจ
“นี่เป็นตั๋วเข้างานของนาย!”
อู่จื่อโจวหยิบออกมาจากในเสื้อยื่นให้เย่หนานเทียน
ตั๋วเข้างานใบนี้อู่จื่อโจวจัดการเอามาจากองค์กรศิลปะการต่อสู้นานแล้ว แต่การแข่งช่วงแรกเย่หนานเทียนยังไม่มา จวบจนถึงวันนี้เขาถึงปรากฏตัว
พอตรวจเสร็จ ทั้งหมดก็ขึ้นรถ รถค่อยๆขับเคลื่อนไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะจอดลง นี่เป็นห้องพักผู้เข้าแข่งขัน
เฉินเฟิงกำลังเตรียมลงจากรถ อู่จื่อโจวรั้งเขาไว้ พูดยาวเหยียดว่า: “เฉินเฟิง อย่าประมาทคู่ต่อสู้นะ อาเธอร์นั่นน่ะระดับ