อหลังจากที่เขากระตุ้นยาพันธุกรรมในร่างกายให้ออกฤทธิ์เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ให้สูงที่สุดแล้วเฉินเฟิงก็ยังคงหลบหลีกได้
การต่อสู้ของทั้งสองคนดำเนินมาถึงตอนนี้จั่วจู้งัดท่าไม้ตายทั้งหมดที่มีออกมาใช้แล้วก็ยังคงทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ นี่เป็นการทำลายความมั่นใจของเขาอย่างสาหัส ตอนนี้พลังการต่อสู้ของเขาค่อยๆลดลงเรื่อยๆ
ดังนั้นตอนนี้เขาลืมสิ้นทักษะทั้งหมด คิดเพียงแค่ว่าต้องฆ่าอีกฝ่ายโดยเร็วที่สุดเท่านั้น เขาจึงใช้ท่าไม้ตายแบ่งคลื่นอีกครั้งโดยไม่ได้สนใจพลังภายในของตน
เมื่อต้องเผชิญกับท่าไม้ตายแบ่งคลื่นของจั่วจู้ในครั้งนี้ เฉินเฟิงไม่ได้หลบหลีกแล้วทว่าเขากำหมัดแน่นดึงหมัดกลับเตรียมตัวที่จะตอบโต้
เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงพลังที่ลดลงไปกว่าครึ่งจากจุดสูงสุดของจั่วจู้ อีกทั้งพลังก็ยังคงลดลงเรื่อยๆและจะตกอยู่ในสภาพความสามารถเดิมในไม่ช้า
สำหรับเฉินเฟิงแล้ว ความสามารถขนาดนั้นไม่มีผลอะไรกับเขามากนัก
กระบวนท่าของทั้งสองคนปะทะกันอีกครั้ง จั่วจู้หลุดเสียงอู้อี้ ร่างของเขาถูกดันถอยหลัง มีเลือดไหลออกมาจากปาก แขนชาจนแทบจะสูญเสียการรับรู้
ด้านเฉินเฟิง เขายืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ซึ่งแตกต่างจากจั่วจู้ที่กำลังล่าถอยอย่างเห็นได้ชัด
ความแตกต่างนี้คนในวงการล้วนดูออก ทว่าคนระดับสูงนอกวงการเหล่านั้นกลับดูไม่ออก พวกเขาไม่เข้าใจว่าการแข่งขันดำเนินมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ทำไมบทบาทของทั้งสอ